คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนกระทำการทุจริต ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบทั่วไปในธุระกิจและควบคุมบังคับบัญชาพนักงานของธนาคารออกสินสาขา บังอาจปลอมใบถอนเงินของผู้ฝากแล้วกรอกจำนวนเงินนำไปเบิกต่อธนาคารออกสินที่จำเลยเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วเบียดบังยักยอกไว้เป็นของตนโดยทุจริตนั้น ถือว่าเป็ฯความผิดที่จำเลยได้กระทในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนแล้ว.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองมีตำแหน่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ธนาคารออกสินสาขาอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการ จำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานเงินได้ร่วมสมคบกันกระทำความผิดปลอมใบถอนเงินออกสินของผู้ฝากแล้วใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริตกรอกจำนวนเงินถอนตามใบถอนเงินที่จำเลยทำปลอมขึ้นนำมาเบิกเงินต่อธนาคารแล้วเบียดบังยักยอกไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ขอให้ลงโทษ
จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ให้การปฎิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็ฯว่า จำเลยที่ ๑ ผิดฐานปลอมหนังสือ จำเลยที่ ๑ และ ๒ ผิดฐานยักยอกพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ รวม ๑๘ กระทง ๙ ปี จำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๔ รวม ๗ กระทง ๗ ปีและตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.๒๕๐๒มาตรา ๔ รวม ๑๓ กระทง เป็นโทษจำคุกคนละ ๖๕ ปี เรียงทุกกระทงความผิดแล้วคงจำคุกคนละ ๒๐ ปี ปราณีลดโทษให้จำเลยที่ ๑ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑๐ ปี ลดดทษให้จำเลยที่ ๒ หนึ่งในสามคงจำคุก ๑๓ ปี ๔ เดือน กับให้ร่วมกันคืนกรือใช้เงิน ๑๑๒,๔๓๐ บาทแก่ธนาคารออมสิน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณฺ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยที่ ๒ พ้นข้อหา
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒,จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอลดหย่อนโทษ
ศาลฎีกาเห็นว่า ธนาคารออกสินมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นธนาคารของรัฐบาล มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนคร มีสาขาแห่งหนึ่งอยู่ที่อำเภอหลังสวน ซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบทั่วไปในธุรกิจและควบคุมบังคับบัญชา-พนักงานในสำนักงานสาขานั้น ตลอดถึงรักษาทรัพย์สินของธนาคาร และเป็นผู้อนุมัติให้รับฝากและให้ถอนเงินออกสินทุกประเภททั้งรายรับและรายจ่ายอื่นๆ
ในเดือนมีนาคม ๒๕๐๔ ความปรากฎขึ้นว่า ยอดเงินในสมุดคู่บัญชีของผู้ฝากเงินหลายรายของธนาคารออมสินสาขาหลังสวนไม่ตรงกับที่ปรากฎในบัตรคู่บัญชี ผู้จัดการธนาคารออกสินภาคา ๖ จึงได้แจ้งให้ผู้ฝากเงินแจ้งยอดเงินคงเหลือในสมุดคู่บัญชีของผู้ฝาก ในที่สุดก็พบว่าผู้ฝากเงิน ๑๐ รายที่มิได้ขอถอนเงินฝากหรือถอนจำนวนน้อยกว่า แต่ตามหลักฐานในบัตรคู่บัญชีแสดงว่าผู้ฝากเงินได้ขอถอนเงินไปแล้ว ทั้งนี้ โดยการปลอมลายมือชื่อของผู้ฝากเงิน แล้วเบิกเงินนั้นจากธนาคารไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ในการทุจริต-ทำให้ธนาคารออมสินเสียหายนี้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้จัดการและผู้รับผิดชอบทั่วไปให้การรับสารภาพตลอดข้อหา คดีฟังได้ว่ากระทำผิดดังฟ้องแล้ว ที่จำเลยที่ ๑ ขอลดหย่อนผ่อนโทษนั้น พฤติการณ์ของจำเลยที่ ๑ เป็นการทรยศความไว้วางใจของธนาคารออมสิน กระทำการทุจริตอันมีเล่ห์เหลี่ยมหลายครั้งหลายคราว รวมเป็นเงินหนึ่งแสนบาท ไม่มีเหตุที่จะบรรเทาลดโทษให้ได้
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์และฎีกาจำเลยที่ ๑.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2506
อัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน โจทก์
นายดำรงค์ จิตต์วิบูลย์ ที่ 1 นายนรินทร์ ดวงสวัสดิ์ ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน · ล. - นายดำรงค์ จิตต์วิบูลย์ ที่ 1 นายนรินทร์ ดวงสวัสดิ์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ บุณยเกียรติ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดหลังสวน - ม..ร.ว.พูน ศรีธวัช · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ตินทุกะสิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา