⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 867/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คู่ความที่ชนะคดีในศาลอุทธรณ์มีสิทธิขอคืนเงินค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายที่ได้วางไว้ต่อศาลได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้คดีถึงที่สุด.

ย่อคำพิพากษา

หากคู่ความซึ่งแพ้คดีในศาลชั้นต้นได้อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ชนะคดีแล้ว คู่ความฝ่ายนั้นก็มีสิทธิที่จะทำคำแถลงขอคืนเงินที่วางไว้ต่อศาลเพื่อใช้ฤชาธรรมเนียมและค่าทนายแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำสั่งศาลชั้นต้นได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้คดีถึงที่สุด.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.251

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยใช้เงินโจทก์ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตราจองที่ ๒๔๘ เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ นางผ่องเพ็ญร้องขัดทรัพย์ว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของผู้ร้อง ขอให้ถอนการยึดศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นทรัพย์ระหว่างสามีภริยาคือ ระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง โจทก์นำยึดได้ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ให้ผู้ร้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนาย ๕,๐๐๐ บาทแทนโจทก์ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ให้โจทก์จำเลยร่วมกันใช้ฤชาธรรมเนียมและค่าทนาย ๒ ศาล ๖,๐๐๐ บาทแทนผู้ร้อง ผู้ร้องยื่นคำแถลงขอรับเงินค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายที่ผู้ร้องได้วางศาลไว้เพื่อชำระแทนโจทก์ในการอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าผู้ร้องเคยขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลไต่สวนและมีคำสั่งยกคำร้องแล้ว ผู้ร้องจึงได้นำเงินจำนวนนี้มาวางศาล ทั้งขณะนี้คดียังไม่ถึงที่สุดจึงไม่อนุญาต ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คืนเงิน ๕,๒๗๕ บาทแก่ผุ้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เงินที่ผู้ร้องวางศาลไว้นั้น เป็นเงินที่วางไว้เพื่อใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายแทนโจทก์ตามคำสั่งศาลชั้นต้น ในการที่ผู้ร้องอุทธรณ์คดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๕๑ บัญญัติว่า "ถ้าคู่ความซึ่งแพ้คดีในศาลชั้นต้นได้อุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ตนชนะในข้อสารสำคัญอย่างใดอย่างหนึ่ง คู่ความฝ่ายนั้นจะยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นให้ถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือคืนเงินจำนวนที่วางไว้ต่อศาลในข้อนั้น ๆ ก็ได้" ดังนี้ จะเห็นได้ว่าเป็นสิทธิของคู่ความฝ่ายที่ชนะคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ที่จะขอคืนเงินจำนวนที่วางไวต่อศาลนั้นได้ ในคดีนี้ปรากฎว่าผู้ร้องชนะคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ นอกจากผู้ร้องไม่มีภาระในการที่จะต้องวางเงินไว้ใช้แทนโจทก์แล้วศาลอุทธรณ์ยังบังคับให้โจทก์จำเลยร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายแทนผู้ร้องด้วยซ้ำไปผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะขอคืนเงินจำนวนที่วางไว้ต่อศาลนั้นได้ ไม่จำต้องรอให้คดีถึงที่สุด ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ควรทำเป็นคำสั่งไม่ใช่คำพิพากษา และการขอรับเงิน ผู้ร้องต้องทำเป็นคำขอ ไม่ใช่คำแถลงนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์จะทำเป็นคำสั่งหรือคำพิพากษาก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง และคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๕๑ ก็มิได้บัญญัติว่าต้องทำเป็นคำร้อง ฉะนั้น ผู้ร้องจะทำคำแถลงขอรับเงินคืนก็ใช้ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2506 นายสำราญ อิมะไชย โดยนายเสกสรรพ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายเนื่อง ศตะรัต ล. นางผ่องเพ็ย มุ่งแสง ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำราญ อิมะไชย โดยนายเสกสรรพ์ ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นายเนื่อง ศตะรัต · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางผ่องเพ็ย มุ่งแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · บริรักษ์จรรยาวัตร · โพยม เลขยานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายอำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิ เกตุทัต.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4024/2536ฎีกา 3152/2545ฎีกา 4820/2548ฎีกา 9867/2544ฎีกา 1843/2551ฎีกา 432/2503ฎีกา 3251/2534ฎีกา 5590/2548ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 2099/2532ฎีกา 4789/2553ฎีกา 2860/2529ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2981/2545ฎีกา 4802/2548ฎีกา 1049/2526ฎีกา 215/2544ฎีกา 1747/2548ฎีกา 12104/2553ฎีกา 9662/2544ฎีกา 1520/2548ฎีกา 6629/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา