⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1093/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์ประธานและทรัพย์ส่วนควบรวมเข้ากันเป็นทรัพย์สินอย่างเดียว และเจ้าของทรัพย์ประธานเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นแต่ผู้เดียว การที่เจ้าของทรัพย์ประธานนำทรัพย์สินนั้นไป จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันฉ้อโกงโดยหลอกลวงโจทก์ให้ทำสัญญาเช่าซื้อตัวรถยนต์จากจำเลยที่ 1 โจทก์หลงเชื่อลงนามสัญญาเช่าซื้อและได้ต่อตัวถังรถยนต์นั้นขึ้น ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันลักรถยนต์ดังกล่าวซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของตัวถังรถ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานลักทรัพย์ ดังนี้ กรณีเป็นเรื่องเอาสังหาริมทรัพย์ของบุคคลหลายคนมารวมเข้ากันเป็นรถยนต์ชนิดมีตัวถังเป็นส่วนควบ ซึ่งตัวรถยนต์ของผู้ให้เช่าซื้ออาจถือได้ว่าเป็นทรัพย์ประธานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1012 วรรคหลัง ผู้ให้เช่าซื้อ ซึ่งเป็นเจ้าของตัวรถยนต์จึงเป็นเจ้าของทรัพย์ที่รวมเข้ากันแต่ผู้เดียว โจทก์หาใช่เป็นเจ้าของรวมอยู่เดียวไม่ เมื่อผู้ให้เช่าซื้อเอารถยนต์นั้นไป จึงหาใช่เป็นการเอาทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปไม่ จึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์เกิดขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.139 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1316

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๓ สมคบกันหลอกลวงให้โจทก์ลงนามในสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากจำเลยที่ ๑ ว่าเมื่อโจทก์นำรถไปต่อตัวถังโดยเงินของโจทก์เสร็จ และนำรถออกใช้งานได้แล้ว โจทก์ต้องชำระค่าเช่าซื้องวดแรก ๑๐,๐๐๐ บาท และงวดต่อไปเป็นรายเดือน โจทก์หลงเชื่อได้ลงนามเป็นผู้เช่าซื้อ โจทก์ได้นำรถไปต่อตัวถังเป็นเงิน ๔,๒๐๐ บาท จำเลยรับเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทแล้วจำเลยไม่ยอมให้คู่ฉบับสัญญาเช่าซื้อ ต่อมาจำเลยที่ ๑,๒ กับพวกนำรถกุดังลากจูงรถคันที่โจทก์เช่าซื้อไปจากความครอบครองของโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑,๓๓๔,๓๓๕,๘๓ จำเลยทั้ง ๓ ให้การปฏิเสธและว่าโจทก์ผิดสัญญาเช่าซื้อ ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงยังไม่พอแสดงว่าจำเลยเจตนาจะฉ้อโกง ตัวถึงรถยนต์เป็นอุปกรณ์ติดกับรถไม่อาจแยกกันได้ ถ้าแยกก็ไม่เป็นตัวถัง ไม่เป็นรถที่สมบูรณ์สัญญาระบุว่า ถ้าโจทก์ผิดสัญญาตัวถังตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าซื้อ จำเลยไม่มีเจตนาทุจริต ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จะว่าจำเลยฉ้อโกงไม่ได้ ตัวถึงรถเป็นสิ่งที่ประกอบติดกับตัวรถ มิใช่สิ่งที่จะถึงใช้แยกออกจากกัน จำเลยยึดรถมาโดยถือว่ารพยังเป็นของจำเลย ยังไม่พอจะถือว่าจำเลยลักเอาตัวถังรถนั้น พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ ๒ ต้องผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญานั้น ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่าตัวรถยนต์ของผู้ให้เช่าซื้อมีราคาที่โจทก์ต้องผ่อนชำระเป็นค่าเช่าซื้อครั้งแรก ๑๐,๐๐๐ บาท และชำระเป็นรายเดือน ๆ ละ ๒,๕๐๐ บาท จนครบจำนวนค่าเช่าซื้อ ส่วนตัวถังรถโจทก์ทำมาเป็นราคา ๔,๒๐๐ บาท ดังนั้นกรณีจึงเป็นเรื่องเอาสังหาริมทรัพย์ของบุคคลหลายคนมารวมกันเข้าเป็นรถยนต์ชนิดมีตัวถังเป้นส่วนควบ ซึ่งตัวรถยนต์ของผู้ให้เช่าซื้ออาจถือได้ว่าเป็นทรัพย์ประธานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๑๖ วรรคหลังผู้ให้เช่าซื้อซึ่งเป็นเจ้าของตัวรถยนต์จึงเป็จเจ้าของทรัพย์ที่รวมเข้ากันแต่ผู้เดียว โจทก์หาใช่เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไม่ เมื่อผู้ให้เช่าซื้อเอารถยนต์นั้นไปจึงหาใช่เป็นการเอาทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลล่างทั้ง ๒ ฟังพยานหลักฐานผิดไปจากท้องสำนวนที่ปรากฎตามทางพิจารณานั้น เมื่อตามกฎหมายฟังได้ว่าผู้ให้เช่าซื้อเป็นเจ้าของรถยนต์ทีมีตัวถังเป็นส่วนควบ โจทก์หาใช่เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไม่ ดังนั้น การที่ผู้ให้เช่าซื้อเอารถยนต์นั้นไปจึงมิใช่เป็นการเอาทรัพยที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไ จึงไม่มีการกระทำผิดฐานลักทรัพย์เกิดขึ้น คดีไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ เพราะอย่างไรก็ไม่ทำให้มีความผิดฐานลักทรัพย์เกิดขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2507 นายปัญญา ชนศิลป์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดราชบุรีจินดาพานิช(เอี้ยวจินอา) โดยนางจงเฮียม แซ่เอี้ยว ผู้จัดการที่ 1 นายจงเฮียม แซ่เอี้ยว ที่ 2 นายวิชัย ปฐมอาริย์ ที่ 3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปัญญา ชนศิลป์ · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัดราชบุรีจินดาพานิช(เอี้ยวจินอา) โดยนางจงเฮียม แซ่เอี้ยว ผู้จัดการที่ 1 นายจงเฮียม แซ่เอี้ยว ที่ 2 นายวิชัย ปฐมอาริย์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พร สุขารมณ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายรื่น วิไลชนม์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทำนอง ดิศวนนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1147/2546ฎีกา 4790/2533ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 337/2535ฎีกา 2845/2543ฎีกา 5090/2565ฎีกา 185/2489ฎีกา 3613/2549ฎีกา 312/2534ฎีกา 4977/2533ฎีกา 490/2542ฎีกา 4893/2549ฎีกา 3620/2566ฎีกา 5454/2533ฎีกา 2894/2523ฎีกา 203/2511ฎีกา 1965/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา