⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 150/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2507

ย่อคำพิพากษา

ผู้ใช้อำนาจปกครองจะทำสัญญาจะซื้อขายหรือสัญญาอื่นซึ่งผูกมัดให้จำต้องขายที่ดินของผู้เยาว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1542 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1546

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นบุตรนายเฮงเจียว แซ่ลี้ และเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๘๘๘๙ ตำบลทุ่งมหาเมฆ ขณะจำเลยยังไม่บรรลุนิติภาวะนายเฮงเจีย แซ่ลี้ บิดาของจำเลยได้ทำสัญญาในนามของจำเลยให้โจทก์ออกเงินถมที่ดินแปลงดังกล่าว แล้วจัดแบ่งแยกเพื่อขาย โดยโจทก์และจำเลยจะกำหนดราคาขายกันภายหลัง ขายได้เกินตารางวาละ ๖๕๐ บาทเท่าไร หักค่าถมดินให้โจทก์และหักค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้วแบ่งกันคนละครึ่งระหว่างโจทก์กับจำเลย ฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใด ยอมให้อีกฝ่ายปรับเป็นเงินห้าหมื่นบาท โจทก์ได้ออกเงินค่าถมที่ดิน เสร็จแล้วจำเลยได้ขายที่ดินไปโดยกำหนดราคาเองฝ่ายเดียว เป็นการผิดสัญญา ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยต้องถูกปรับตามสัญญาข้อ ๕ เป็นเงินห้าหมื่นบาท และการถมที่ดินทำให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นอีกเจ็ดหมื่นสองพันบาท ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ใช้เงินรวมหนึ่งแสนสองหมื่นสองพันบาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีให้โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยเป็นผู้เยาว์และมีหนี้สิน โจทก์ใช้สิทธิอันไม่ชอบด้วยกฎหมายเข้าทำนิติกรรมตามฟ้องให้ผูกพันทรัพย์จำเลยโดยไม่ได้ขออนุญาตศาล นิติกรรมดังกล่าวเป็นโมฆะ จำเลยมิได้ผิดสัญญาแต่อย่างใด โจทก์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยจะขายที่ดินของจำเลยราคาตารางวาละ ๗๐๐ บาท โจทก์ไม่ได้คัดค้าน โจทก์เองเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ถมที่ดินให้ถูกต้องตามระดับที่ตกลงกัน ทั้งราคาดินที่ถมก็ไม่ถึงจำนวนที่โจทก์ฟ้องด้วย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับและค่าถมที่ดินจากจำเลย ในชั้นพิจารณา คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า สัญญาลงทุนถมที่และแบ่งประโยชน์ท้ายฟ้องมีผลผูกพันจำเลยหรือไม่ และท้ากันสืบพยานในประเด็นข้อที่ว่า จำเลยได้บอกกล่าวให้โจทก์ทราบก่อนขายที่ดิน และโจทก์ยอมให้ขายหรือไม่ โดยขอให้ถือเอาประเด็นข้อนี้เป็นข้อแพ้ชนะ คู่ความไม่ติดใจสืบพยานในประเด็นอื่น ศาลชั้นต้นสืบพยานตามคำท้าของสองฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่า สัญญาท้ายฟ้องไม่เป็นสัญญาจะขายที่ดิน จึงผูกพันจำเลย และข้อเท็จจริงที่สืบพยนก็ฟังว่าจำเลยได้บอกกล่าวให้โจทก์ทราบก่อนขายที่ดินแล้ว เมื่อโจทก์ไม่คัดค้านทักท้วง ก็เท่ากับยอมให้ขาย พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาลงทุนถมที่ดินและแบ่งประโยชน์ท้ายฟ้องเป็นสัญญาผูกมัดให้จำเลยซึ่งเป็นผู้เยาว์จำต้องขายที่ดินของจำเลยซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๔๒ บัญญัติความว่า การขายอสังหาริมทรัพย์ ผู้ใช้อำนาจปกครองจะทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ตามกฎหมายมิใช่มีความหมายเฉพาะแต่เป็นกรณีที่เป็นการขายเสร็จเด็ดขาดเพียงอย่างเดียว แม้เป็นสัญญาจะซื้อขาย หรือเป็นสัญญาอื่นที่ผูกมัดให้ต้องขายที่ดิน ซึ่งมีผลบังคับให้โอนขายที่ดินของผู้เยาว์ ก็ย่อมมีผลทำให้ผู้เยาว์เสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการขายนั่นเอง ศาลฎีกาจึงเห็นว่า เมื่อบิดาจำเลยไปทำสัญญารายนี้กับโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลก็เป็นการทำไปโดยปราศจากอำนาจ สัญญารายนี้จึงไม่มีผลผูกมัดจำเลย เมื่อสัญญาไม่มีผลผูกมัดจำเลยแล้วโจทก์ก็ต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีแก่จำเลยตามที่คู่ความตกลงกันไว้ ไม่จำต้องวินิจฉัยถึงปัญหาอื่นต่อไป ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2507 นายชูซ้ง แซ่ตัน โจทก์ นายจุ่งเหลี่ยง แซ่ลี้ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชูซ้ง แซ่ตัน · ล. - นายจุ่งเหลี่ยง แซ่ลี้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจน เวชศิลป์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ยะสารวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 553/2518ฎีกา 560/2510ฎีกา 1435/2492ฎีกา 1112/2494ฎีกา 1370/2494ฎีกา 533/2515ฎีกา 316/2491ฎีกา 16/2517ฎีกา 1026/2498ฎีกา 2159/2517ฎีกา 1660/2505ฎีกา 1581/2493ฎีกา 74/2495ฎีกา 989/2509ฎีกา 1987/2516ฎีกา 7069/2559ฎีกา 1077/2514ฎีกา 8256/2538ฎีกา 1726/2493ฎีกา 1594/2534ฎีกา 1831/2526ฎีกา 2783/2516ฎีกา 1236/2491ฎีกา 1109/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา