⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1026/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- สัญญาประนีประนอมยอมความที่ผู้ปกครองทำในฐานะส่วนตัว ไม่ผูกพันทรัพย์สินของผู้เยาว์

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องบรรยายว่าขอยื่นฟ้องนายคลี่มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม ด.ญ.ยุพิน กับพวก จำเลยนั้นเมื่อไม่แสดงให้ชัดแจ้งว่า ฟ้องในฐานะอย่างอื่น ก็ต้องว่าฟ้องนาคลี่เป็นส่วนตัว ที่กล่าวว่าเป็นมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมก็เพียงระบุว่านางคลี่คนไหนเท่านั้น การแปลคำฟ้องที่จะให้เป็นผลร้ายแก่ผู้เยาว์ โดยโจทก์ไม่แสดงให้แน่ชัดหาได้ไม่ สัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์และจำเลย ผู้มารดาในฐานะส่วนตัวทำกันไว้หาผูกพันทรัพย์สินของเด็กไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.67 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1546

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้มาสู่ศาลฎีกาเฉพาะปัญหาชั้นบังคับคดีมูลเดิมโจทก์ฟ้องนางคลี่ ผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรผู้เยาว์ ๓ คนเป็นจำเลย ขอให้ศาลบังคับจำเลยโอนขายที่ดินบ้านเรือนมาให้โจทก์ ในที่สุดโจทก์จำเลยท้ายอมความกันว่าจำเลยตกลงขายที่บ้าน ๑ แปลง พร้อมด้วยเรือน ๑ หลัง กับนา ๑ แปลง ติดที่บ้านตามที่ได้เคยยึดทรัพย์ไว้ในอีกคดีหนึ่งให้โจทก์ราคา ๓๕๐๐ บาท โจทก์วางมัดจำไว้ ๑๔๐๐ บาท ที่เหลือจะชำระใน ๑ เดือน ศาลพิพากษาตามยอมโจทก์ได้วางเงินที่ค้างแล้ว โจทก์จำเลยตกลงกันได้ เฉพาะเรือนและที่บ้านที่จะทำโอนกัน ส่วนที่นาเกิดโต้เถียงกันถึงการแปลความหมายของสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งศาลว่าเป็นนาติดที่บ้านด้านเหนือโจทก์ค้านว่าเป็นนาแปลงอื่นที่นายอิ่มยึดไว้ในอีกคดีหนึ่งดังกล่าว และจำเลยแถลงว่าทรัพย์รายนี้เป็นมรดกได้แก่บุตร จำเลยเป็นแต่มารดาผู้ปกครอง การที่จำเลยตกลงขายทรัพย์นี้ไม่ได้รับความยินยอมของบุตรและศาล ปัญหามีว่านิติกรรมระหว่างโจทก์จำเลยต้อง ห้าม ตาม ป.พ.พ.ม. ๑๕๔๖ และศาลมีอำนาจบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ ศาลชั้นต้นเห็นว่าถูกต้องและบังคับได้ จึงมีคำสั่งให้จำเลยไปร้องขอขายทรัพย์หมายเลข ๑,๒,๓ ที่ยึดไว้ต่ออำเภอให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของโจทก์ที่ขอให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาว่า ในฟ้องสำนวนปรากฎเหตุผลทำให้ต้องพิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์ฟ้องผู้ใดเป็นจำเลย เพราะการฟ้องระบุนามบุคคลเป็นจำเลยโดยไม่มีข้อความแสดงให้เห็นชัดแจ้งว่าได้ฟ้องในฐานะอย่างอื่น ย่อมต้องถือว่าเป็นการฟ้องส่วนตัวบุคคลนั้น ๆ คำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายว่าขอยื่นฟ้องนางคลี่ ณ นคร มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ญ.ยุพิน กับพวก จำเลยนั้น จึงต้องเข้าใจ ว่าฟ้องนางคลี่ ณ นคร เป็นส่วนตัว การที่กล่าวถึงว่าเป็นมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นเพียงระบุให้รู้ว่าเป็นนางคลี่ ณ นครไหน แต่จะแปลให้เป็นผลร้ายแก่ผู้เยาว์ว่าโจทก์ประสงค์ฟ้องเด็กโดยไม่แสดงให้ชัดหาได้ไม่ อีกประการหนึ่งข้อความในคำฟ้องก็กำกวมเพราะโจทก์มิได้บรรยายเลยว่าทรัพย์ที่กล่าวหากันเป็นของใคร เฉพาะอย่างยิ่งไม่ได้ยืนยันว่าเป็นทรัพย์ของเด็กทั้ง ๓ คนจึงเห็นได้ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกันไว้ไม่ผูกพันทรัพย์ที่พิพาทคือรายการยึดทรัพย์หมายเลข ๓ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026/2498 นายซ้าย ศิริสมบัติ โจทก์ นางคลี่ ณ นคร มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม ด.ญ.ยุพิน ด.ญ.อารี ด.ช.สมพงษ์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายซ้าย ศิริสมบัติ · ด.ช.สมพงษ์ - นางคลี่ ณ นคร มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม ด.ญ.ยุพิน ด.ญ.อารี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปากพนัง - นายสุวัฒน์ รัตนสาร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอนุสสรนิติสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 911/2548ฎีกา 553/2518ฎีกา 1117/2527ฎีกา 560/2510ฎีกา 1435/2492ฎีกา 392/2489ฎีกา 163/2507ฎีกา 9502/2539ฎีกา 5393/2542ฎีกา 601/2537ฎีกา 923/2503ฎีกา 2082/2543ฎีกา 1112/2494ฎีกา 4783/2543ฎีกา 1370/2494ฎีกา 533/2515ฎีกา 316/2491ฎีกา 2159/2517ฎีกา 5720/2541ฎีกา 827/2560ฎีกา 1660/2505ฎีกา 2095/2543ฎีกา 4633/2558ฎีกา 1581/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา