คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 936/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องอุทธรณ์ที่มิได้ลงชื่อผู้อุทธรณ์ ถือเป็นฟ้องที่ไม่บริบูรณ์ และศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งให้ผู้อุทธรณ์แก้ไขให้บริบูรณ์ก่อนส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาใหม่.
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องอุทธรณ์ที่มิได้ลงชื่อผู้อุทธรณ์ ย่อมเป็นฟ้องที่ไม่บริบูรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67(5) และศาลอุทธรณ์ก็ชี้ขาดตัดสินฟ้องอุทธรณ์ไปโดยมิได้แก้ไขข้อบกพร่องให้บริบูรณ์ตามกฎหมายเสียก่อน นั้น ศาลฎีกาชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 18 วรรค 2 โดยให้โจทก์ลงชื่อในฐานะผู้อุทธรณ์ในฟ้องอุทธรณ์เสียให้บริบูรณ์ตามกฎหมาย แล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่.
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2508).
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่นาของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่ลำเลยและบริวาร
จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของตน
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์มิได้ครอบครองที่พิพาทมาก่อนพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ครอบครองตลอดมา คดีไม่ขาดอายุความ พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในเบื้องต้นควรพิจารณาข้อที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ในคดีนี้เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์มิได้ลงชื่อในฐานะผู้อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่ควรรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณา โดยถือว่าโจทก์มิได้อุทธรณ์นั้นเสียก่อน
ในประเด็นข้อนี้ ได้ความว่า โจทก์มิได้ลงชื่อในฐานะผู้อุทธรณ์ในฟ้องอุทธรณ์จริงศาลอุทธรณ์ชี้ขาดตัดสินฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ไปโดยมิได้แก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวให้บริบูรณ์ตามกฎหมายเสียก่อน
ศาลฎีกาได้พิจารณาปัญหาดังกล่าวข้างต้นโดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่า ฟ้องอุทธรณ์ที่มิได้ลงชื่อผู้อุทธรณ์นั้น เป็นฟ้องที่ไม่บริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๖๗(๕) ควรพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๘ วรรค ๒ โดยให้โจทก์ลงชื่อในฐานะผู้อุทธรณ์ในฟ้องอุทธรณ์เสียให้บริบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อเป็นฟ้องอุทธรณ์ที่บริบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้วให้ส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่
จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นจัดการให้โจทก์ลงชื่อในฐานะผู้อุทธรณ์ในฟ้องอุทธรณ์เสียให้ถูกต้อง เมื่อเป็นฟ้องอุทธรณ์ที่บริบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ให้ส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมและทนายความหนึ่งร้อยบาท (๑๐๐ บาท) ในชั้นนี้ให้ฝ่ายที่แพ้คดีในที่สุดเป็นผู้เสีย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 936/2508
นายสมบุญ ศรีดอนทราย ที่ 1 นางเม้ย ศรีดอนทราย ที่ 2 โจทก์
นายดี มาศรี ที่ 1 นายทอง แสนโสภา ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมบุญ ศรีดอนทราย ที่ 1 นางเม้ย ศรีดอนทราย ที่ 2 · จำเลย - นายดี มาศรี ที่ 1 นายทอง แสนโสภา ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มณี ชุติวงศ์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · พร สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายคำนึง อุไรรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจินดา บุณยอาคม. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา