⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1726/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บิดามารดาผู้ทำสัญญาจะขายที่ดินของบุตร ย่อมต้องรับผิดในฐานะผู้ผิดสัญญาต่อผู้จะซื้อ ส่วนบุตรซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินและเป็นบุคคลนอกสัญญา จะไม่ผูกพันตามสัญญาและไม่สามารถบังคับให้บิดามารดาโอนขายที่ดินของตนได้ เว้นแต่บิดาจะได้รับมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนโดยชอบ

ย่อคำพิพากษา

บิดามารดาทำสัญญาจะขายที่ดินของบุตร 2 คน คนหนึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ อีกคนหนึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วแก่บุคคลภายนอก โดยทำสัญญาเป็นหนังสือและรับเงินมัดจำไว้แล้ว ภายหลังเพิกเฉยไม่ดำเนินการจัดการอย่างใดเพื่อปฏิบัติตามสัญญา ดังนี้ ย่อมถือว่าบิดามารดาผิดสัญญาต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้จะซื้อ ส่วนบุตรเป็นคนนอกสัญญาและไม่ปรากฎว่าบิดาเป็นตัวแทน จึงไม่ผูกมัดตามสัญญาและจะบังคับให้บิดามารดาโอนขายที่ดินตามสัญญาไม่ได้เพราะมิใช่ที่ดินของบิดามารดา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1546

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่าจำเลยที่ ๑-๒ เป็นบิดามารดาของจำเลยที่ ๓-๔ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๔๘๗ จำเลยที่ ๑-๒ ได้ทำหนังสือสัญญาจะขายนาโฉนดเลขที่ ๒๖๙๗ ซึ่งมีชื่อจำเลยที่ ๓-๔ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ ให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาทจำเลยที่ ๑-๒ ได้รับมัดจำไว้จากโจทก์ ๒๐๐ บาท เมื่อผู้ขายถอนชื่อผู้มีกรรมสิทธิในโฉนดได้เมื่อใด ผู้ซื้อจะนำเงินมาชำระให้ทั้งหมด ในเวลาทำสัญญากันจำเลยที่ ๓ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จำเลยที่ ๔ บรรลุนิติภาวะมีสามีแล้วทำสัญญากันแล้วโจทก์ได้เข้าอยู่ในที่แปลงนี้โดยทำสัญญาเช่าจากจำเลยที่ ๓-๔ เพราะยังมิได้โอนโฉนดกัน ระหว่างที่โจทก์เข้าอยู่ในที่ดิน โจทก์ได้ขุดบ่อถมโลกทำถนนรวมทั้งสิ้นเงิน ๑๒๐๐ บาท ต่อมาจำเลยที่ ๑-๒ มิได้จัดการขออนุญาตจากศาลเพื่อทำการขายแทนจำเลยที่ ๓ และมิได้จัดการให้จำเลยที่ ๔ ทำหนังสือแต่งตังให้จำเลยที่ ๑-๒ เป็นตัวแทนในการที่จะทำสัญญาขายที่รายนี้ให้โจทก์ตามที่ได้ตกลงกันไว้ โจทก์เตือนจำเลยที่ ๑-๒ ก็ผัดเพี้ยนเรื่อยมา เนื่องจากที่ดินมีราคาสูงมากขึ้นโจทก์จึงมาฟ้องจำเลยทั้ง ๔ ให้ขายที่ดินแด่โจทก์ตามสัญญา ถ้าไม่สามารถขายได้ก็ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินมัดจำ ๒๐๐ บาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายทดแทนโจทก์ ๖๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓-๔ เป็นคนนอกสัญญาจึงบังคับไม่ได้ คงให้จำเลยที่ ๑-๒ คืนเงินมัดจำ ๒๐๐ บาทให้โจทก์คำขออื่นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าในการทำสัญญากับโจทก์นี้จำเลยที่ ๑-๒ หาได้รับอนุญาตจากศาลหรือได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำเลยที่ ๔ ไม่ ฉะนั้นสัญญานี้จึงไม่ผูกมัดจำเลยที่ ๓-๔ และจะบังคับจำเลยที่ ๑-๒ ให้ขายที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญาไม่ได้ เพราะมิใช่ที่ดินจำเลยที่ ๑-๒ แต่จำเลยที่ ๑-๒ ได้รับเงินมัดจำจากโจทก์ไปแล้วมิได้พยายามจัดการอย่างใด เพื่อปฏิบัติตามสัญญาในสิ่งที่ตนมีหนทางอาจจัดการตามที่ตนสัญญารับรองไว้ได้ แม้เวลานี้ตนจะจัดการไม่ได้เพราะจำเลยที่ ๓-๔ เกิดไม่ยอมขึ้นมาเนื่องจากที่ดินมีราคาสูงกว่าเดิม จำเลยที่ ๑-๒ ก็หาพ้นผิดในฐานะเป็นผู้ผิดสัญญาไม่ จึงต้องมีหน้าที่รับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ ๑-๒ คืนเงินมัดจำ ๒๐๐ บาท พร้อมทั้งค่าขุดบ่อถมโคกทำถนน รวมเงิน ๑๒๐๐ บาทแก่โจทก์ด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2493 นายเก๊า ห้อมา, นางปุ่ย ห้อมา, โจทก์ นายแดง ผินกลับ ที่1, นางเนียน ผินกลับ ที่2, น.ส.บุญมา ผินกลับ ที่3, นางสม สวัสดิ์ สว่าง ที่4 โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเก๊า ห้อมา, นางปุ่ย ห้อมา, · นางสม - นายแดง ผินกลับ ที่1, นางเนียน ผินกลับ ที่2, น.ส.บุญมา ผินกลับ ที่3, · โจทก์ - สวัสดิ์ สว่าง ที่4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - หลวงวิชิตเนตินัย · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1216/2538ฎีกา 2118/2540ฎีกา 3806/2549ฎีกา 1760/2548ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1090/2530ฎีกา 1345/2532ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 1280/2492ฎีกา 5640/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา