คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3697/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีด้วยตนเอง โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแต่งตั้งทนายความพร้อมประทับตราสำคัญของโจทก์ ย่อมถือว่าโจทก์ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาด้วยตนเองแล้ว แม้จะมีการระบุชื่อบุคคลอื่นในคำฟ้องว่าได้รับมอบอำนาจก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องโดยอ้างว่าหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ฟ้องจำเลย แต่เมื่อปรากฏว่าคดีนี้ น.ทนายโจทก์เป็นผู้ลงชื่อในคำฟ้อง แม้ในคำฟ้องจะระบุว่าโจทก์มอบอำนาจให้นาย ส.ดำเนินคดีแทน แต่เมื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันโจทก์เป็นผู้ลงชื่อแต่งตั้งนาย น.เป็นทนายความ พร้อมประทับตราสำคัญของโจทก์ จึงเท่ากับว่าโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยด้วยตนเอง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่รับฟ้องโจทก์แล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับฟ้องโจทก์ จึงเป็นการสั่งโดยเข้าใจผิด คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเมื่อโจทก์ร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งแล้ว แต่ศาลชั้นต้นไม่เพิกถอน โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาได้ตามบทกฎหมายทั่วไป หาใช่ต้องอุทธรณ์ฎีกาตาม ป.วิ.พ.มาตรา 18วรรคท้ายไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ริษัทเอทีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนลโฮเต็ล จำกัด · จำเลย - ริษัทชาร์เตอร์สแคว์โฮลดิ้ง จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · ศุภชัย ภู่งาม · ปรีดี รุ่งวิสัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายเมธี คฤโฆษ · ศาลอุทธรณ์ - นายดิเรก อิงคนินันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา