⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3169/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3169/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่ผู้เยาว์ทำโดยผู้แทนโดยชอบธรรมโดยไม่มีเงื่อนไขว่าจะขออนุญาตศาลก่อน ถือว่าคู่สัญญาไม่มีเจตนาขออนุญาตศาล และสัญญาไม่สมบูรณ์ผูกพันผู้เยาว์ แม้ภายหลังศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินรายพิพาทของจำเลยซึ่งเป็นผู้เยาว์ที่มารดาทำกับโจทก์ ไม่มีเงื่อนไขว่าจะไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินนั้นต่อเมื่อศาลอนุญาตแล้ว เห็นได้ว่าคู่สัญญามิได้มีเจตนาที่จะขออนุญาตต่อศาล จึงไม่สมบูรณ์ผูกพันจำเลย แม้ต่อมามารดาจะยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตทำนิติกรรมขายที่ดินรายพิพาทแทนจำเลย และศาลมีคำสั่งอนุญาตก็หาทำให้นิติกรรมซึ่งไม่สมบูรณ์อยู่ก่อนแล้วกลับสมบูรณ์ขึ้นได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่โดยมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมได้ทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ ต่อจากนั้นได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอทำนิติกรรมขายที่ดินแทนจำเลยศาลอนุญาตแล้ว จำเลยกลับไม่ยอมไปจดทะเบียนโอนขายให้โจทก์ ขอให้พิพากษาบังคับ จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีหลายประการ รวมทั้งต่อสู้ว่าสัญญาไม่ผูกพันจำเลยทั้งสี่ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสี่ไปจดทะเบียนโอนขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 เดิม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่มีการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินรายพิพาท การขายที่ดินหรือการทำสัญญาจะขายที่ดินของผู้เยาว์ เป็นนิติกรรมอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ซึ่งผู้แทนโดยชอบธรมจะทำแทนผู้เยาว์มิได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต หากฝ่าฝืนกระทำนิติกรรมย่อมไม่สมบูรณ์ หากผู้แทนโดยชอบธรรมทำสัญญาจะขายที่ดินของผู้เยาว์โดยมีเจตนาจะยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลในภายหลัง ก็จะต้องระบุเงื่อนไขไว้ในสัญญาว่าจะไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินนั้นต่อเมื่อศาลอนุญาตแล้ว ซึ่งเป็นการกำหนดให้นิติกรรมเป็นผลต่อเมื่อเงื่อนไขสำเร็จ แต่ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินรายพิพาทที่นางมะลิ ยีสมัน ทำกับโจทก์หาได้มีการกำหนดเงื่อนไขเช่นที่ว่ามานี้ไว้แต่อย่างใดไม่ แสดงให้เห็นว่าคู่สัญญามิได้มีเจตนาที่จะขออนุญาตต่อศาล อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว นิติกรรมสัญญาจะซื้อขายที่ดินรายพิพาทจึงไม่สมบูรณ์ผูกพันจำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นผู้เยาว์ แม้ต่อมานางมะลิ ยีสมัน จะได้ยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตทำนิติกรรมขายที่ดินรายพิพาทแทนจำเลยทั้งสี่ และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขายได้ ก็มิใช่เป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งกำหนดไว้ในสัญญา การที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตในภายหลัง หาทำให้นิติกรรมซึ่งไม่สมบูรณ์อยู่ก่อนแล้วกลับสมบูรณ์ขึ้นได้ไม่ ดังนั้น สัญญาจะซื้อขายที่ดินรายพิพาทซึ่งนางมะลิ ยีสมัน ทำไว้กับโจทก์จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยทั้งสี่ โจทก์จะฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสี่โอนขายที่ดินไม่ได้ คดีไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นต่อไปที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ไปทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนขายที่ดินรายพิพาทให้แก่โจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3169/2524 นายจรัส โต๊ะยุโส้ โจทก์ เด็กชายอิบรอเหม กู่สนั่น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจรัส โต๊ะยุโส้ · จำเลย - เด็กชายอิบรอเหม กู่สนั่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา