คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2489
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ผู้จัดการมรดกไม่มีอำนาจจำหน่ายทรัพย์สินของผู้ตายโดยพลการ หากผู้จัดการมรดกจำหน่ายทรัพย์สินของผู้ตายโดยพลการ ผู้รับโอนทรัพย์สินนั้นจะอ้างว่าตนสุจริตและได้ทรัพย์สินมาโดยมีค่าตอบแทนแล้วไม่ทำให้ตนพ้นผิด
2. การจำหน่ายทรัพย์สินของผู้เยาว์โดยผู้ใช้อำนาจปกครองโดยลำพัง โดยที่ผู้เยาว์มีส่วนเป็นเจ้าของในทรัพย์สินนั้น ผู้เยาว์ย่อมมีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินมฤดกตกได้แก่มารดาบุตร เมื่อเจ้ามฤดกตายแล้วทายาทก็เก็บค่าเช่าแบ่งกันต่อมาประมาณ 4 ปี มารดาโอนขายที่มฤดกในนามของตนและแทนเด็กไปตามลำพังดังนี้ อัยยการเป็นโจทก์ฟ้องแทนเด็กขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายได้
การเพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดิน ซึ่งผู้ขายขายในนามของตนเองและขายแทน เมื่อมีการเพิกถอนสัญญาโดยขายแทนเด็กไม่ได้ ก็ต้องเพิกถอนทั้งหมดส่วนผู้ขายจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ซื้ออย่างไรก็คงมีอยู่ตามกฎหมาย
มารดาขายที่ดินแทนเด็กตามลำพังนั้น ถ้าผู้ซื้อทราบอยู่แล้วว่าเด็กทั้งสองมีกรรมสิทธิในทรัพย์นั้นด้วย ผู้ซื้อจะยกเอาความสุจริตขึ้นต่อสู้ไม่ได้ ฝ่ายเด็กก็ขอให้เพิกถอนสัญญานั้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๒ นายตันยู่อีตาย มีที่ดินและตีกเป็นมฤดกตกได้แก่จำเลยที่ ๑ และ ด.ญ.อึเจง ,ด.ช.ยิมอานซึ่งเป็นบุตรนายตันยู่อี เกิดกับจำเลยที่ ๑ เป็นภรรยาเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๖ จำเลยที่ ๑ เอาที่ดินและตึกไปขายให้แก่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เด็กทั้งสองมาขอให้อัยยการว่าคดี อัยยการจึงเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมซื้อขาย
ศาลจังหวัดพระตะบองวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ขายแต่สิทธิส่วนมฤดกที่จะได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา ๑๕๔๖ จำเลยที่ ๑ กับเด็กสมคบกันมาฟ้องร้องเอาเปรียบจำเลยอื่น ๆ จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อเจ้ามฤดกตายแล้ว บรรดาทายาทก็เก็บค่าเช่าทรัพย์รายพิพาทแย่งกัน จำเลยที่ ๑ รับส่วนแบ่งในนามของตนและเด็กทั้งสอง เห็นว่าเด็กทั้งสองมีกรรมสิทธิในทรัพย์รายพิพาท เพราะได้ครอบครองมฤดกมาแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่มีอำนาจจะขายแทนเด็ก ขัดต่อ ป.ม.แพ่ง ฯ ม.๑๕๔๖ (๑) แม้จะถือว่า เด็กมีเพียงทรัพย์สิทธิ์ จำเลยที่ ๑ ก็ทำสัญญาแทนไม่ได้ ขัดต่อมมาตรา ๑๕๔๖ (๔) ,(๖) จึงพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการโอน
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
๑. ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลสั่งทำลายสัญญาทั้งฉะบับไม่ถูกศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว เพราะสัญญาซื้อขายรายนี้แบ่งแยกเป็นตอน ๆ ไม่ได้ ในกรณี่ที่จำเลยที่ ๑ ต้องผูกพันกับผู้ซื้อเพียงไร ก็คงมีอยู่ตามกฎหมาย
๒. ที่จำเลยว่าซื้อโดยสุจริต ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๑ เอาทรัพย์ของเด็กไปขายไม่ได้ ฉะนั้นสัญญาจึงไม่ผูกพันเด็ก จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2489
อัยยการพระตะบอง โจทก์
นางอู๊ด,นายไชโย,นายโฮ อึง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพระตะบอง · จำเลย - นางอู๊ด,นายไชโย,นายโฮ อึง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงบริหารวินิจฉัย · ศาลอุทธรณ์ - พระนนท์ปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา