⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 326/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินในหนังสือกู้โดยไม่มีการลงลายมือชื่อของผู้กู้ในการแก้ไขนั้น ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย ส่วนหนี้เดิมที่ผู้กู้ได้ลงลายมือชื่อไว้ยังคงมีผลบังคับอยู่.

ย่อคำพิพากษา

เดิมจำเลยกู้เงินโจทก์ไป 3,100 บาท และได้ทำหนังสือกู้ให้โจทก์ไว้ ต่อมาจำเลยขอกู้เงินโจทก์อีก 1,400 บาท โจทก์จำเลยขอให้ผู้เขียนสัญญาแก้จำนวนเงินในหนังสือกู้ การเขียนจำนวนเงินกู้เพิ่มลงไปในหนังสือกู้โดยจำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในการแก้ไขถือได้ว่าไม่มีหลักฐานลงลายมือชื่อจำเลยจึงใช้ฟ้องร้องบังคับไม่ได้ ส่วนการกู้ครั้งแรกจำนวนเงิน 3,100 บาทนั้น ได้ทำหนังสือกู้และลงลายมือชื่อจำเลยในหนังสือนั้นถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์จำเลยขอให้ผู้เขียนสัญญาแก้จำนวนเงิน การแก้ก็คงไม่มีผลให้ฟ้องร้องจำเลยตามที่แก้นั้นเท่านั้น โจทก์จึงยังคงมีสิทธิฟ้องเรียกเงินตามหนังสือกู้ที่จำเลยทำไว้ต่อโจทก์ดังเดิม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๒ คราว คือ เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๐๒ กู้ไป ๓,๑๐๐ บาทและเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๐๒ กู้ไปอีก ๑,๔๐๐ บาท รวม ๒ คราว เป็นเงิน ๔,๕๐๐ บาท จำเลยไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแก่โจทก์ ขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่า จำเลยเคยเป็นหนี้โจทก์ ๔,๕๐๐ บาท แต่ชำระไปแล้ว และโจทก์ได้คืนสัญญากู้ให้จำเลยและตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องนี้เป็นเอกสารปลอม ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปจริงดังฟ้อง จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีโจทก์เป็นที่สงสัย จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมจำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๓,๑๐๐ บาท จำเลยได้ทำหนังสือกู้ให้โจทก์ไว้ ต่อมาจำเลยขอกู้เงินโจทก์อีก ๑,๔๐๐ บาท โจทก์จำเลยพากันไปหานายนากผู้ใหญ่บ้านให้แก้จำนวนเงินกู้ แต่โจทก์จำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในการแก้ไขจำนวนเงินที่กู้ ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรคแรกบัญญัติว่า "การกู้ยืมเงินกว่า ๕๐ บาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องบัคับคดีหาได้ไม่" การเขียนจำนวนเงินกู้เพิ่มลงไปในหนังสือกู้ที่จำเลยทำให้โจทก์ไว้ในการกู้ครั้งแรกนั้น จำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในการแก้ไขหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ จำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในการกู้ครั้งที่สอง ฉะนั้น การกู้ครั้งที่สองจำนวนเงิน ๑,๔๐๐ บาท จึงไม่มีหลักฐานลงลายมือชื่อจำเลยซึ่งเป็นผู้กู้ โจทก์จึงฟ้องร้องบังคับคดีสำหรับการกู้ครั้งที่สองนี้ไม่ได้ ส่วนการกู้ครั้งแรกจำนวนเงิน ๓,๑๐๐ บาทนั้น ได้ทำหนังสือกู้และลงลายมือชื่อจำเลยในหนังสือนั้นถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์จำเลยไปขอให้นายนากผู้ใหญ่บ้านแก้จำนวนเงิน การแก้ก็คงไม่มีผลให้ฟ้องร้องจำเลยตามที่แก้นั้นเท่านั้น โจทก์จึงยังคงมีสิทธิฟ้องเรียกเงินตามหนังสือกู้ที่จำเลยทำไว้ต่อโจทก์ดังเดิม จึงพร้อมกันพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้ต้นเงินกู้ ๓,๑๐๐ บาทแก่โจทก์ ดอกเบี้ยในเงินจำนวนนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมสามศาลแทนโจทก์ ค่าขึ้นศาลให้เสียแทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี กับให้จำเลยใช้ค่าทนายความสามศาล ๕๐๐ บาทแทนโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2507 นางแช่ม สัมมา โจทก์ นางอ๋วน ท่าพริก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแช่ม สัมมา · จำเลย - นางอ๋วน ท่าพริก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตราด - นายช่วง ไชยกุมาร · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ตินหุกะสิริ.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 320/2482ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 2923/2525ฎีกา 1452/2511ฎีกา 552/2548ฎีกา 2776/2525ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 94/2474ฎีกา 272/2490ฎีกา 1897/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 1277/2493ฎีกา 1578/2493ฎีกา 1313/2515ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 2195/2533ฎีกา 794/2509ฎีกา 3055/2526ฎีกา 1896/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา