⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 687/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 687/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์แถลงรับตามคำให้การของจำเลยว่าจำเลยได้เข้าไปตัดฟันไม้ในที่พิพาทเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ไม่เป็นการตัดคำฟ้องของโจทก์ในข้อที่ว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองที่พิพาทมาก่อน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ครอบครองที่ดินมือเปล่าไว้แปลงหนึ่งสำหรับทำนาและบำรุงต้นไม้ไว้เผาถ่าน ได้ทำประโยชน์ในที่ดินนี้ตลอดมาจนทุกวันนี้ จำเลยได้บุกรุกเข้าตัดฟันต้นไม้ในที่ดินของโจทก์เพื่อทำฟืนหรือเผาถ่าน ขอให้ใช้ค่าเสียหายและห้ามเข้าเกี่ยวข้อง แล้วโจทก์แถลงรับสมดังคำให้การของจำเลยว่า เมื่อ 5-6 ปีมานี้จำเลยเข้าไปตัดฟันไม้ในที่พิพาทนี้ ฝ่ายโจทก์ไปแจ้งความ จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของจำเลยแล้วเรื่องก็เงียบไป คำแถลงของโจทก์ดังนี้ ไม่เป็นการตัดคำฟ้องของโจทก์ในข้อที่ว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองที่พิพาทมายังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ครอบครองมาในระหว่าง 5-6 ปีมานี้ ต้องสืบพยานกันในข้อนี้ต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง (เมื่อ 15 ก.พ. 06) ว่า เมื่อ 10 ปีเศษมานี้โจทก์ร่วมกันเข้าครอบครองยึดถือที่ดินสำหรับทำนาและบำรุงต้นสะแกและไม้เบญจพรรณไว้เผาถ่าน ได้ทำประโยชน์ในที่ดินตลอดมาจนทุกวันนี้ครั้นเมื่อเดือนมกราคม 2506 จำเลยได้ร่วมกันละเมิดสิทธิของโจทก์บุกรุกเข้าตัดฟันไม้ในที่ดินของโจทก์เพื่อทำฟืนหรือเผาถ่าน ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ค่าไม้แก่โจทก์และห้ามเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินอีก จำเลยให้การว่า เดิมที่ดินเป็นของนายเจ่งโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 เป็นภรรยานายเจ่ง นายเจ่งตายไปราว 13 ปีมานี้ โจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ได้ตกลงแบ่งที่แปลงพิพาทกันคนละครึ่ง ด้วยการกะเอาโดยมีคันนาเป็นแนวเขตเลา ๆ จำเลยตัดฟืนในที่ดินของจำเลยขายทุก ๆ 3 ปี เมื่อประมาณ 5-6 ปีมานี้ จำเลยก็ตัดฟืนตรงที่พิพาทนี้โจทก์ที่ 1 ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน จำเลยต่อสู้ว่าตัดฟืนในที่ดินส่วนของจำเลย เรื่องก็เงียบหายไปจนบัดนี้เกิน 1 ปีแล้วฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ฯลฯ ครั้นถึงวันสืบพยาน ศาลชั้นต้นสอบโจทก์ โจทก์แถลงรับว่าเมื่อประมาณ 5-6 ปีมานี้ จำเลยเข้าไปตัดฟันไม้ในที่พิพาทนี้ฝ่ายโจทก์ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของจำเลยแล้วเรื่องก็เงียบไป ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า จำเลยได้โจทก์กับจำเลย จำเลยจึงมิใช่ตัวแทนของโจทก์ส่วนเรื่องอายุความนั้น ศาลฎีกาฟังว่า นับแต่เมื่อโจทก์รู้จำนวนเงินที่ขาดบัญชีและรู้ว่าจำเลยต้องรับผิดใช้แก่โจทก์จนถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งปีแล้ว จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 687/2507 นางสมบุญ สงวนสัตย์ ที่ 1 นายปรีชา สังวโรสกุล ที่ 2 โจทก์ นางกิมเตียง สงวนสัตย์ ที่ 1 นายอำนาจ หรือจุ่น จำเลย สงวนสัตย์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมบุญ สงวนสัตย์ ที่ 1 นายปรีชา สังวโรสกุล ที่ 2 · จำเลย - นางกิมเตียง สงวนสัตย์ ที่ 1 นายอำนาจ หรือจุ่น · จำเลย - สงวนสัตย์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจน เวชศิลป์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 977/2543ฎีกา 2274/2537ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 2135/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา