⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 770/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ หากจำเลยขัดขืน เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่สามารถดำเนินการรื้อถอนและเรียกค่าใช้จ่ายจากจำเลยได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลได้พิพากษาลงโทษปรับจำเลยฐานปลูกสร้างอาคารล่วงล้ำในลำแม่น้ำเจ้าพระยาโดยมิได้รับอนุญาต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 และพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 117,118 กับสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่สร้างเพิ่มเติมล่วงล้ำลงไปในลำแม่น้ำเจ้าพระยาภายในกำหนด 1 เดือนแล้ว หากจำเลยขัดขืนไม่ยอมรื้อถอนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว เจ้าท่าหรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ชอบที่จะดำเนินการตามคำสั่งของศาลจัดการรื้อถอนโดยคิดเอาค่าใช้จ่ายในการนั้นแก่จำเลยได้ดังที่พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา118 บัญญัติไว้ หาใช่มาขอให้ศาลบังคับจำเลยโดยวิธีการอย่างอื่น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 297,298 ไม่ เพราะมิใช่เป็นการบังคับคดีแพ่ง ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนั้นและมิใช่เป็นการบังคับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน ค่าทดแทนหรือค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 249 เป็นเรื่องที่เจ้าท่าหรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จะต้องเข้าดำเนินการตามคำสั่งศาลต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.297 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.298 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีโจทก์ยื่นคำร้องว่า ศาลแขวงธนบุรีพิพากษาลงโทษปรับจำเลยฐานปลูกสร้างอาคารล่วงล้ำในลำแม่น้ำเจ้าพระยาโดยมิได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 และพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 117, 118 เป็นเงิน 100 บาท กับให้รื้อถอนอาคารที่สร้างเพิ่มเติมล่วงล้ำลงไปในลำน้ำภายในกำหนด 1 เดือน จำเลยได้ทราบคำพิพากษาและคำบังคับเกินกำหนด 1 เดือนแล้วยังไม่รื้อถอนอาคารดังกล่าว ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยมาสอบถามเพื่อให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลแขวงธนบุรีพิจารณาคำร้องแล้วสั่งว่า พระราชบัญญัติเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 118 ตอนท้าย บัญญัติว่าถ้าจำเลยขัดขืนไม่ทำตามคำสั่ง ก็ให้เจ้าท่าหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จัดการรื้อถอน โดยคิดเอาค่าใช้จ่ายจากจำเลย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ให้อำนาจเจ้าท่าหรือพนักงานเจ้าหน้าที่รื้อถอนเองได้แล้ว คำสั่งศาลที่ให้จำเลยรื้อถอนอาคารเป็นคำสั่งในทางอาญา มิใช่เป็นคำสั่งในทางแพ่ง พนักงานอัยการ (ที่ถูกน่าจะเป็นผู้ร้อง) ไม่มีอำนาจที่จะยื่นคำร้องที่จะขอให้เรียกจำเลยมาเพื่อสั่งให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ จึงให้ยกคำร้องเสีย ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาต่อมาว่า วิธีการบังคับคดีตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 118 นั้น น่าจะปฏิบัติควบคู่ไปกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 297, 298 ขอให้ศาลฎีกาสั่งศาลแขวงธนบุรีรับคำร้องของผู้ร้องดำเนินการต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 118 นี้ก็ให้ศาลในคดีอาญามีอำนาจบังคับให้ผู้กระทำความผิดหรือจำเลยรื้อถอนอาคารที่สร้างเพิ่มเติมล่วงล้ำลงไปในลำแม่น้ำเจ้าพระยาได้ และได้บัญญัติถึงวิธีการบังคับคดีต่อไปไว้ด้วยว่า ถ้าและจำเลยขัดขืนไม่ทำตามคำสั่งให้รื้อถอนนั้น ให้เจ้าท่าหรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการรื้อถอนโดยคิดเอาค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจากจำเลย ดังนั้น เมื่อศาลแขวงธนบุรีพิพากษาลงโทษปรับจำเลยและสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่สร้างเพิ่มเติมล่วงล้ำลงไปในลำแม่น้ำเจ้าพระยาภายในกำหนด 1 เดือนจำเลยขัดขืนไม่ยอมรื้อถอนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าท่าหรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ก็ชอบที่จะดำเนินการตามคำสั่งของศาลแขวงธนบุรีดังที่พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยพ.ศ. 2456 บัญญัติไว้ หาใช่มาขอให้ศาลบังคับจำเลยโดยวิธีการอย่างอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 297, 298 ไม่ เพราะมิใช่เป็นการบังคับคดีแพ่งดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนั้น และมิใช่เป็นการบังคับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน ค่าทดแทนหรือค่าธรรมเนียม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 249 เป็นเรื่องที่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าท่าหรือเจ้าพนักงานจะต้องเข้าดำเนินการตามคำสั่งของศาล ถ้าจำเลยขัดขืนไม่ทำตามคำสั่งให้รื้อถอนนั้น ก็ให้ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าท่าหรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการรื้อถอนโดยคิดเอาค่าใช้จ่ายจากจำเลย ไม่เกี่ยวโยงไปถึงบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและความอาญาแต่อย่างใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2507 ผู้ว่าคดีศาลแขวงธนบุรี โจทก์ นายชูศักดิ์ ฤทธิวรรณนะ จำเลย หัวหน้ากองตรวจท่าและรักษาการในตำแหน่ง อธิบดีกรมเจ้าท่า ผู้ร้อง โดยเรือเอกประทีป พยอมยงค์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงธนบุรี · จำเลย - นายชูศักดิ์ ฤทธิวรรณนะ · ผู้ร้อง - หัวหน้ากองตรวจท่าและรักษาการในตำแหน่ง อธิบดีกรมเจ้าท่า · ผู้ร้อง - โดยเรือเอกประทีป พยอมยงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจน เวชศิลป์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6789/2541ฎีกา 1652/2534ฎีกา 324/2503ฎีกา 1649/2498ฎีกา 6549/2541ฎีกา 57/2530ฎีกา 983/2519ฎีกา 11216/2555ฎีกา 1485/2513ฎีกา 3521/2536ฎีกา 1367/2510ฎีกา 1444/2520ฎีกา 909-910/2511ฎีกา 1817/2505ฎีกา 1207/2540ฎีกา 692/2506ฎีกา 2018/2533ฎีกา 9515/2542ฎีกา 1459/2514ฎีกา 1384/2510ฎีกา 1672/2498ฎีกา 3659/2556ฎีกา 449/2493ฎีกา 449/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา