⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 560/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยอ้างว่าไม่สามารถปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ ศาลต้องไต่สวนข้อเท็จจริงให้ยุติก่อนจึงจะสั่งตามคำร้องของโจทก์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ขอให้จับจำเลยมากักขังไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์จำเลยยังคงโต้เถียงกันอยู่ว่า จำเลยสามารถปฏิบัติตามคำพิพากษาได้หรือไม่ ศาลสมควรที่จะไต่สวนให้ข้อเท็จจริงดังกล่าวฟังเป็นยุติเสียก่อนที่จะสั่งยกหรืออนุญาตตามคำร้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 297

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เดิมศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนผนังตึกของจำเลยที่ฉาบปูนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์จนถึงผนังตึก ของโจทก์ล่วงพ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบังคับแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ขอให้จับจำเลยมากักขังไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของโจทก์แล้วเห็นว่า จำเลยไม่สามารถปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยสามารถปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นออกหมายจับจำเลยมากักขังเพื่อให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลจะอนุญาตตามคำร้องขอของโจทก์ดังกล่าวนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๗ บัญญัติว่า จะต้องเป็นที่พอใจจากพยานหลักฐานซึ่งผู้ร้องคือโจทก์นำมาสืบหรือที่ศาลเรียกมาสืบว่า (๑) ลูกหนี้ตามคำพิพากษาสามารถที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ ถ้าตนได้กระทำการโดยสุจริต และ (๒) ไม่มีวิธีบังคับคดีอื่นใดที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะพึงใช้บังคับได้ คดีนี้ฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ยื่นคำร้องและแถลงต่อศาลประกอบคำร้องว่ายินดีจะปฏิบัติตามคำพิพากษาทุกประการ แต่ช่างที่จำเลยว่าจ้างให้รื้อถอนผนังตึกพิพาทให้ความเห็นว่า ถ้ารื้อถอนผนังตึกพิพาทส่วนที่รุกล้ำแล้วจะทำให้อาคารของโจทก์เสียหายทั้งหลัง เพราะผนังอาคารของโจทก์ติดแน่นกับส่วนที่จำเลยทำรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ดังนี้จึงเห็นได้ว่า จำเลยมีข้อแก้ตัวว่าสุดวิสัยที่จำเลยจะปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ และทั้งได้เสนอเปลี่ยนแปลงวิธีการบังคับอย่างอื่นอีกหลายประการ ฝ่ายโจทก์แถลงยืนยันให้จำเลยรื้อถอนผนังส่วนที่จำเลยทำรุกล้ำประการเดียวโดยอย่าให้จำเลยทำให้อาคารของโจทก์เสียหาย แสดงว่าโจทก์ถือว่าจำเลยสามารถรื้อถอนผนังตึกพิพาทได้โดยไม่ทำให้โจทก์เสียหาย เมื่อมีข้อโต้แย้งกันอยู่เช่นนี้ จึงมีเหตุสมควรที่จะไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยเสียก่อนที่จะสั่งยกคำร้องของโจทก์หรือสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ แต่ศาลชั้นต้นหาได้ไต่สวนพยานหลักฐานเพื่อให้ข้อเท็จจริงดังกล่าวฟังเป็นยุติก่อนไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์จำเลย หรือตามที่ศาลเรียกมาสืบแล้วพิจารณาสั่งคำร้องของโจทก์ต่อไปตามนัยแห่งบทกฎหมายข้างต้น ค่าฤชาธรรมเนียมให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2519 นางสาววไลพร บุญนภา โจทก์ นายไพศาล พฤฒิพานิช ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาววไลพร บุญนภา · ล. - นายไพศาล พฤฒิพานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุ่ม สุนทรธัย · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายเลียบ ภิญญะวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายกาญจน์ กันยะพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 9028/2542ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5146/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2521/2540ฎีกา 324/2503ฎีกา 1572/2511ฎีกา 5011/2532ฎีกา 1649/2498ฎีกา 1172/2514ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2280/2559ฎีกา 3589/2525ฎีกา 403/2530ฎีกา 3055/2526ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5415/2543ฎีกา 3934/2530ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา