⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 449/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 449/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาเดิม โดยอ้างว่าจำเลยยังปฏิบัติไม่ครบถ้วนนั้น หากจำเลยได้ปฏิบัติครบถ้วนตามคำพิพากษาแล้วก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยในคำร้องนั้น ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องดำเนินการไต่สวนต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโจทก์ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยปฏิบัติคำบังคับเพียงบางส่วน ยังไม่ได้รื้อสิ่งปลูกสร้างบางอย่างออกไปขอให้เรียกจำเลยมาสอบถามเพื่อบังคับคดีต่อไป จำเลยแก้ว่าสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวนั้นจำเลยปลูกขึ้นใหม่โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาสวัดโจทก์ และต่อมาได้สอบเขตแล้วปรากฏว่าวัดโจทก์รุกล้ำที่ดินของผู้อื่นในส่วนที่จำเลยเช่ามา ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานบางส่วนแล้วสั่งงดสืบพยานและเห็นว่าสิ่งปลูกสร้างของจำเลยยังอยู่ในที่ดินโจทก์ให้เรียกจำเลยมาสอบถามในการที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วสั่งใหม่ โจทก์ฎีกาว่า (ในระหว่างอุทธรณ์) จำเลยได้ปฏิบัติตามคำบังคับแล้ว ไม่มีประโยชน์ในการที่จะไต่สวนต่อไปดังนี้ศาลฎีกาย่อมพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้ยกคำร้องโจทก์เสีย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.297 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.298

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ตามฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยปฏิบัติตามคำบังคับของศาลเพียงบางส่วน ยังไม่ได้รื้อรั้ว โรงงาน โรงกลึง ฯลฯ ซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินของโจทก์ ขอให้เรียกจำเลยมาสอบถามเพื่อบังคับคดีต่อไป (ขอให้เรียกมาสอบถามในการที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับถ้าไม่มีข้อแก้ตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็ขอให้กักขังนายสว่าง จารุสรซึ่งเป็นกรรมการไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามคำบังคับ) จำเลยยื่นคำร้องแก้ว่า ได้ปฏิบัติคำบังคับครบถ้วนแล้ว สิ่งปลูกสร้างที่โจทก์ว่ายังอยู่ในที่ของโจทก์นั้น จำเลยปลูกขึ้นใหม่โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาสวัดโจทก์ซึ่งไม่รู้เขตแน่นอนต่อมารังวัดสอบเขตแล้วปรากฏว่าวัดโจทก์รุกล้ำที่ดินผู้อื่นในส่วนที่จำเลยเช่ามา สิ่งที่หาว่าจำเลยปลูกรุกล้ำจึงไม่เป็นความจริง ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานได้บางคน พิจารณาประกอบเอกสารที่จำเลยอ้างแล้ว ให้งดสืบพยาน เห็นว่า สิ่งปลูกสร้างของจำเลยยังอยู่ในที่ดินของโจทก์ การที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ยอมให้จำเลยปลูกขึ้นใหม่ก็จะต้องไปว่ากล่าวกับโจทก์อีกเรื่องหนึ่งต่างหาก ให้เรียกจำเลยมาสอบถามในการที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ถ้าข้อเท็จจริงได้ความดังข้ออ้างของจำเลยสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นก็ไม่ใช่ทรัพย์ที่จะต้องบังคับตามคำพิพากษาจำเลยย่อมโต้แย้งคัดค้านมิให้บังคับคดีแก่ทรัพย์นั้น ๆ ได้ และไม่จำต้องว่ากล่าวเป็นคดีใหม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วสั่งใหม่ โจทก์ยื่นคำร้องว่า ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์นั้นจำเลยได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์หมดแล้วขอให้เรียกจำเลยมาเจรจากัน โดยโจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไปแต่ปรองดองกันไม่ได้ ในระหว่างนั้นโจทก์ยื่นฎีกาว่า เมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามคำบังคับแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์ในการที่จะไต่สวนต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่า ได้ความว่าจำเลยได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอันเป็นข้อพิพาทในคดีนี้ไปหมดแล้ว ดังนี้ ไม่มีอะไรที่จะบังคับจำเลยตามคำร้องของโจทก์อีก ไม่จำเป็นต้องดำเนินการไต่สวนต่อไปพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกคำร้องโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 449/2507 วัดสุคันธาราม โดยนายอารี อิศรภักดี ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ บริษัทอุตสาหกรรมกลางและการสีข้าว จำกัด โดยนายสว่าง จารุศร และ นายฉัตร์ชัย สิทธิสัตย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดสุคันธาราม โดยนายอารี อิศรภักดี ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - บริษัทอุตสาหกรรมกลางและการสีข้าว จำกัด โดยนายสว่าง จารุศร และ นายฉัตร์ชัย สิทธิสัตย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · สัญญา ธรรมศักดิ์ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6789/2541ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1652/2534ฎีกา 9867/2544ฎีกา 4782/2543ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 1059/2494ฎีกา 324/2503ฎีกา 6541/2544ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1649/2498ฎีกา 1575/2538ฎีกา 6549/2541ฎีกา 877/2478ฎีกา 59/2521ฎีกา 2006/2526ฎีกา 70/2518ฎีกา 2981/2545ฎีกา 983/2519ฎีกา 7728/2540ฎีกา 1485/2513ฎีกา 765/2502ฎีกา 285/2514ฎีกา 1368/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา