⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1117/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามยอมมีผลผูกพันคู่ความ และมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย แม้จะมีสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับก่อนหน้าที่มีข้อตกลงแตกต่างกันก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ ยอมออกจากห้องพิพาทภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมและมีคำบังคับแล้ว ภายหลังจำเลยจะอ้างว่ามีสัญญาประนีประนอมยอมความกับตัวแทนโจทก์นอกศาลซึ่งทำไว้ก่อน และมีเงื่อนไขแตกต่างไปจากสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล เพื่อเป็นเหตุไม่ปฏิบัติตามคำบังคับหาได้ไม่ หากจะมีสัญญาประนีประนอมยอมความนอกศาล ซึ่งทำไว้ก่อนจริง ก็ถูกยกเลิกโดยสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับหลัง ซึ่งศาลพิพากษาให้เป็นไปตามสัญญานั้นแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.298

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวพิพาทของโจทก์ โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยกับบริวารออกไปจากห้องพิพาทภายในสามเดือน ศาลพิพากษาตามยอมและมีคำบังคับแล้ว ครบกำหนด โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ออกจากห้องพิพาท ขอให้จับจำเลยมาขังบังคับให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยแถลงว่า ยังไม่ได้ออกไปจากห้องพิพาทจริง โดยอาศัยสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างบริษัทกรุงธนสถาปัตย์ จำกัด ตัวแทนโจทก์กับจำเลยซึ่งมีความว่า ให้จำเลยอยู่ได้จนกว่าตัวแทนโจทก์จะบอกให้ออกเพื่อรื้อห้องพิพาท แล้วยอมให้จำเลยจองห้องที่สร้างใหม่ จนบัดนี้ตัวแทนโจทก์ยังไม่ได้บอกจำเลยออก ศาลชั้นต้นฟังคำแถลงแล้วงดสืบพยาน และวินิจฉัยว่าตัวแทนโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยนอกศาล เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๖ และเนื่องจากสัญญาดังกล่าว โจทก์จำเลยจึงได้ทำยอมความกันในศาลเมื่อวันที่ ๑๖ เดือนเดียวกันสัญญานั้นย่อมผูกพันโจทก์ การที่จำเลยจะออกจากห้องพิพาทต้องเป็นไปตามสัญญา เมื่อโจทก์ไม่แสดงว่าได้ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว ย่อมขอให้บังคับยังไม่ได้ ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยออกจากห้องพิพาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญายอมความนอกศาลที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นได้ทำเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๖ ก่อนที่โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีนี้ ซึ่งทำเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๐๖ และในสัญญาฉบับก็ไม่มีข้อสัญญาว่าให้จำเลยอยู่ในห้องพิพาทต่อไปจนกว่าตัวแทนโจทก์จะบอกให้ออก ถึงหากจะฟังว่าบริษัทกรุงธนสถาปัตย์ จำกัดเป็นตัวแทนโจทก์ ก็ต้องถือว่าสัญญาลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๖ ได้ยกเลิกไปโดยสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีนี้แล้ว จำเลยจะยกสัญญายอมความนอกศาลซึ่งทำไว้ก่อน มาเป็นเหตุไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลในคดีนี้ไม่ได้ จำเลยมีหน้าที่ต้องออกไปจากห้องพิพาทตามสัญญาประนีประนอมยอมความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2511 นางพรรณเพ็ญแข กฤดากร ณ อยุธยา โดยบริษัทกรุงถนนสถาปัตย์ จำกัด โดยนายแสง วงศ์ไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการและนายประสิทธิ์ จึงสง่า กรรมการ เหรัญญิก ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายบุญชู วัฒนศรีมงคล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความจำกัด - นางพรรณเพ็ญแข กฤดากร ณ อยุธยา โดยบริษัทกรุงถนนสถาปัตย์ · กรรมการ - โดยนายแสง วงศ์ไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการและนายประสิทธิ์ จึงสง่า · โจทก์ - เหรัญญิก ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นายบุญชู วัฒนศรีมงคล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชิต บุณยประภัศร · จินตา บุณยอาคม · พันธ์ นัยวิฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุเมธ ทิพยมนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ เจริญกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1287/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 946/2509ฎีกา 766/2543ฎีกา 1649/2498ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1333/2530ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1591/2495ฎีกา 712/2496ฎีกา 5393/2540ฎีกา 742/2490ฎีกา 8309/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1451/2521ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1275/2482ฎีกา 3053/2527ฎีกา 506/2530ฎีกา 7339/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา