คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามยอมมีผลผูกพันคู่ความ และมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย แม้จะมีสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับก่อนหน้าที่มีข้อตกลงแตกต่างกันก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ ยอมออกจากห้องพิพาทภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมและมีคำบังคับแล้ว ภายหลังจำเลยจะอ้างว่ามีสัญญาประนีประนอมยอมความกับตัวแทนโจทก์นอกศาลซึ่งทำไว้ก่อน และมีเงื่อนไขแตกต่างไปจากสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล เพื่อเป็นเหตุไม่ปฏิบัติตามคำบังคับหาได้ไม่
หากจะมีสัญญาประนีประนอมยอมความนอกศาล ซึ่งทำไว้ก่อนจริง ก็ถูกยกเลิกโดยสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับหลัง ซึ่งศาลพิพากษาให้เป็นไปตามสัญญานั้นแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวพิพาทของโจทก์ โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยกับบริวารออกไปจากห้องพิพาทภายในสามเดือน ศาลพิพากษาตามยอมและมีคำบังคับแล้ว ครบกำหนด โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ออกจากห้องพิพาท ขอให้จับจำเลยมาขังบังคับให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา
จำเลยแถลงว่า ยังไม่ได้ออกไปจากห้องพิพาทจริง โดยอาศัยสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างบริษัทกรุงธนสถาปัตย์ จำกัด ตัวแทนโจทก์กับจำเลยซึ่งมีความว่า ให้จำเลยอยู่ได้จนกว่าตัวแทนโจทก์จะบอกให้ออกเพื่อรื้อห้องพิพาท แล้วยอมให้จำเลยจองห้องที่สร้างใหม่ จนบัดนี้ตัวแทนโจทก์ยังไม่ได้บอกจำเลยออก
ศาลชั้นต้นฟังคำแถลงแล้วงดสืบพยาน และวินิจฉัยว่าตัวแทนโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยนอกศาล เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๖ และเนื่องจากสัญญาดังกล่าว โจทก์จำเลยจึงได้ทำยอมความกันในศาลเมื่อวันที่ ๑๖ เดือนเดียวกันสัญญานั้นย่อมผูกพันโจทก์ การที่จำเลยจะออกจากห้องพิพาทต้องเป็นไปตามสัญญา เมื่อโจทก์ไม่แสดงว่าได้ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว ย่อมขอให้บังคับยังไม่ได้ ให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยออกจากห้องพิพาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญายอมความนอกศาลที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นได้ทำเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๖ ก่อนที่โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีนี้ ซึ่งทำเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๐๖ และในสัญญาฉบับก็ไม่มีข้อสัญญาว่าให้จำเลยอยู่ในห้องพิพาทต่อไปจนกว่าตัวแทนโจทก์จะบอกให้ออก ถึงหากจะฟังว่าบริษัทกรุงธนสถาปัตย์ จำกัดเป็นตัวแทนโจทก์ ก็ต้องถือว่าสัญญาลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๐๖ ได้ยกเลิกไปโดยสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีนี้แล้ว จำเลยจะยกสัญญายอมความนอกศาลซึ่งทำไว้ก่อน มาเป็นเหตุไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลในคดีนี้ไม่ได้ จำเลยมีหน้าที่ต้องออกไปจากห้องพิพาทตามสัญญาประนีประนอมยอมความ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2511
นางพรรณเพ็ญแข กฤดากร ณ อยุธยา โดยบริษัทกรุงถนนสถาปัตย์ จำกัด
โดยนายแสง วงศ์ไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการและนายประสิทธิ์ จึงสง่า กรรมการ
เหรัญญิก ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายบุญชู วัฒนศรีมงคล ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | จำกัด - นางพรรณเพ็ญแข กฤดากร ณ อยุธยา โดยบริษัทกรุงถนนสถาปัตย์ · กรรมการ - โดยนายแสง วงศ์ไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการและนายประสิทธิ์ จึงสง่า · โจทก์ - เหรัญญิก ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นายบุญชู วัฒนศรีมงคล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชิต บุณยประภัศร · จินตา บุณยอาคม · พันธ์ นัยวิฑิต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุเมธ ทิพยมนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ เจริญกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา