⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 905/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดกฎหมายหลายบทที่เกิดจากเจตนาเดียวกันและต่อเนื่องกัน ถือเป็นกรรมเดียว หากได้มีการตัดสินลงโทษในความผิดบทใดบทหนึ่งไปแล้ว สิทธิที่จะฟ้องในความผิดอีกบทหนึ่งย่อมระงับไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยบุกรุกเข้าไปในร้านของ จ. แล้วทำร้าย ย. ในที่นั้นทันที เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อผลโดยตรงต่อการที่จะทำร้าย ย. และการกระทำก็ไม่ขาดตอน ทั้งการที่ทำร้าย ย. นั้นก็เป็นเหตุหนึ่งที่แสดงถึงความที่ไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเข้าไปในเคหสถานของ จ. อันเป็นองค์สำคัญของความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 ด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท เมื่อต้องคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดฐานทำร้ายร่างกายไปแล้ว สิทธิที่จะฟ้องจำเลยฐานบุกรุกย่อมระงับไป (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2507)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจบุกรุกเข้าไปในร้านขายอาหารของนายเจ้งซ้ง แซ่โค้ว ซึ่งชั้นบนเป็นที่อาศัยและขณะนั้นได้ปิดร้านแล้วโดยไม่มีเหตุอันสมควรจะเข้าไปได้ และยังได้ใช้กำลังประทุษร้ายนายยูนุช มะหะหมัด เป็นอันตรายแก่กายถึงบาดเจ็บ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของนายเจ้งซ้งโดยปกติสุขอีกด้วยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364, 365, 366 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลอาญาฟังว่า เรื่องที่จำเลยทำร้ายร่างกายนายยูนุชนั้นผู้ว่าคดีได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลแขวงพระนครเหนือได้พิพากษาลงโทษจำเลย คดีถึงที่สุดแล้ว การบุกรุกในคดีนี้เป็นกรรมเดียววาระเดียวกับความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่เรื่องต่างกรรมต่างวาระกันฟ้องของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้ปรึกษาคดีโดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่าศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในร้านของนายเจ้งซ้งแล้วทำร้ายนายยูนุชในที่นั้นทันทีการกระทำของจำเลยในครั้งนี้เห็นได้ว่า จำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อผลโดยตรงต่อการที่จะทำร้ายนายยูนุช และจำเลยได้ทำร้ายนายยูนุชในทันทีที่เข้าไป การกระทำของจำเลยไม่ขาดตอน ทั้งการที่จำเลยได้ทำร้ายนายยูนุชนั้น ก็เป็นเหตุหนึ่งที่ส่อแสดงถึงความที่ไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเข้าไปในเคหสถานของนายเจ้งซ้งอันเป็นองค์สำคัญของความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 อยู่ด้วยการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทเมื่อต้องคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดฐานทำร้ายร่างกายไปแล้วสิทธิที่จะฟ้องจำเลยฐานบุกรุกย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2507 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายนิตย์ ชื่นคลัง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายนิตย์ ชื่นคลัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัยนิตินาท · โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1656/2512ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 19406/2555ฎีกา 5305/2539ฎีกา 789/2480ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1979/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 1499/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา