คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920-921/2507
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ตายเป็นฝ่ายกระทำผิดเสียเอง ผู้เสียหายย่อมไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดอีกฝ่ายหนึ่งได้
ย่อคำพิพากษา
ภรรยาเข้าเป็นโจทก์แทนสามีซึ่งถึงแก่ความตายฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาททำให้สามีโจทก์และคนอื่นถึงแก่ความตาย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า คนตายเพราะรถชนกันจากความประมาทของจำเลยและสามีโจทก์ด้วยกันแล้ว สามีโจทก์จึงเป็นผู้กระทำผิดฐานขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้คนตายอันจะต้องรับโทษทางอาญาด้วยผู้หนึ่ง จึงไม่เป็นผู้เสียหาย โจทก์ฟ้องจำเลยได้ก็โดยเข้าฟ้องแทนสามีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(2) เมื่อสามีไม่เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาตามมาตรา2(4) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรีฟ้องว่า จำเลยกับนายพีระพลหรือเฮงพุกเจริญ ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว ต่างขับรถยนต์ด้วยความประมาทจนเป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกคันที่จำเลยขับชนกับรถยนต์โดยสารคันที่นายพีระพลขับ มีคนตายและบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300
อีกสำนวนหนึ่ง นางสุภา พุกเจริญ เป็นโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยานายพีระพล พุกเจริญ จำเลยได้ขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์คันที่นายพีระพลขับ นายพีระพลและคนอื่นถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291
จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน
ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนไปด้วยกัน
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยและนายพีระพลต่างขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้คนตายและบาดเจ็บสาหัส ให้จำคุกจำเลย 2 ปีให้ยกฟ้องสำนวนที่นางสุภาเป็นโจทก์
นางสุภาและจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยไม่ได้ประมาท พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องคดีที่อัยการเป็นโจทก์
อัยการฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
นางสุภาฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่ามีอำนาจฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยและนายพีระพลต่างขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้คนบาดเจ็บและตาย การที่นางสุภาเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยได้ก็โดยเข้าฟ้องแทนนายพีระพลผู้ตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5(2)เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่ารถเกิดชนกันเพราะนายพีระพลประมาทด้วยแล้วก็เท่ากับนายพีระพลเป็นผู้กระทำผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้คนตายและได้รับบาดเจ็บสาหัสอันจะต้องรับโทษทางอาญาด้วยผู้หนึ่ง ฉะนั้น นายพีระพลจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2(4) เมื่อนายพีระพลมิใช่ผู้เสียหาย นางสุภาซึ่งเป็นภริยาก็ไม่มีอำนาจฟ้องแทนนายพีระพล
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย 2 ปีนั้นหนักไป จึงให้จำคุกจำเลย 1 ปี ให้ยกฎีกานางสุภา พุกเจริญ โจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920 - 921/2507
อัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์
นายไพบูลย์ ชคัตปรายนะ จำเลย
นางสุภา พุกเจริญ โจทก์
นายไพบูลย์ ชคัตปรายนะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - นายไพบูลย์ ชคัตปรายนะ · โจทก์ - นางสุภา พุกเจริญ · จำเลย - นายไพบูลย์ ชคัตปรายนะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา