⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 920-921/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920-921/2507

ป.อาญา ม.341 · ป.วิ.อาญา ม.2, 5

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ตายเป็นฝ่ายกระทำผิดเสียเอง ผู้เสียหายย่อมไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดอีกฝ่ายหนึ่งได้

ย่อคำพิพากษา

ภรรยาเข้าเป็นโจทก์แทนสามีซึ่งถึงแก่ความตายฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาททำให้สามีโจทก์และคนอื่นถึงแก่ความตาย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า คนตายเพราะรถชนกันจากความประมาทของจำเลยและสามีโจทก์ด้วยกันแล้ว สามีโจทก์จึงเป็นผู้กระทำผิดฐานขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้คนตายอันจะต้องรับโทษทางอาญาด้วยผู้หนึ่ง จึงไม่เป็นผู้เสียหาย โจทก์ฟ้องจำเลยได้ก็โดยเข้าฟ้องแทนสามีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(2) เมื่อสามีไม่เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาตามมาตรา2(4) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรีฟ้องว่า จำเลยกับนายพีระพลหรือเฮงพุกเจริญ ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว ต่างขับรถยนต์ด้วยความประมาทจนเป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกคันที่จำเลยขับชนกับรถยนต์โดยสารคันที่นายพีระพลขับ มีคนตายและบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300 อีกสำนวนหนึ่ง นางสุภา พุกเจริญ เป็นโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยานายพีระพล พุกเจริญ จำเลยได้ขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์คันที่นายพีระพลขับ นายพีระพลและคนอื่นถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนไปด้วยกัน ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยและนายพีระพลต่างขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้คนตายและบาดเจ็บสาหัส ให้จำคุกจำเลย 2 ปีให้ยกฟ้องสำนวนที่นางสุภาเป็นโจทก์ นางสุภาและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยไม่ได้ประมาท พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องคดีที่อัยการเป็นโจทก์ อัยการฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นางสุภาฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่ามีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยและนายพีระพลต่างขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้คนบาดเจ็บและตาย การที่นางสุภาเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยได้ก็โดยเข้าฟ้องแทนนายพีระพลผู้ตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5(2)เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่ารถเกิดชนกันเพราะนายพีระพลประมาทด้วยแล้วก็เท่ากับนายพีระพลเป็นผู้กระทำผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้คนตายและได้รับบาดเจ็บสาหัสอันจะต้องรับโทษทางอาญาด้วยผู้หนึ่ง ฉะนั้น นายพีระพลจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2(4) เมื่อนายพีระพลมิใช่ผู้เสียหาย นางสุภาซึ่งเป็นภริยาก็ไม่มีอำนาจฟ้องแทนนายพีระพล จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย 2 ปีนั้นหนักไป จึงให้จำคุกจำเลย 1 ปี ให้ยกฎีกานางสุภา พุกเจริญ โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920 - 921/2507 อัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายไพบูลย์ ชคัตปรายนะ จำเลย นางสุภา พุกเจริญ โจทก์ นายไพบูลย์ ชคัตปรายนะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - นายไพบูลย์ ชคัตปรายนะ · โจทก์ - นางสุภา พุกเจริญ · จำเลย - นายไพบูลย์ ชคัตปรายนะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 915/2566ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 7364/2538ฎีกา 6196/2534ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 754/2486ฎีกา 3593/2529ฎีกา 2252/2560ฎีกา 8496/2558ฎีกา 11720/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 1298/2501ฎีกา 389/2542ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5138/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา