⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 985/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2507

ย่อคำพิพากษา

กรณีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดนั้นเมื่อฟังว่าหนี้ตามคำพิพากษาที่ภรรยาก่อขึ้นเป็นหนี้ร่วมแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีจะอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดนั้นเป็นสินเดิมและขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดนั้น ย่อมไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยใช้เงินจำนวนหนึ่งแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยไม่ใช้ โจทก์นำยึดทรัพย์ ผู้ร้องร้องว่าทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นสินเดิมของผู้ร้อง ผู้ร้องกับจำเลยเป็นสามีภรรยากันจริงแต่จำเลยไปทำหนี้เงินกู้โดยผู้ร้องไม่ได้อนุญาตจึงไม่ต้องรับผิดใช้หนี้ร่วมด้วย ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การว่า หนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยกู้นั้น ผู้ร้องได้ทราบมาก่อนและเคยขอผัดชำระหนี้แทนจำเลยหลายครั้งก่อนที่โจทก์จะฟ้อง ผู้ร้องมิได้บอกล้างนิติกรรมแต่อย่างใด จึงเป็นการให้สัตยาบัน ทั้งทรัพย์ที่ยึดมาเป็นสินสมรส โจทก์ชอบที่จะยึดได้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นสินสมรส และจำเลยได้กู้ไปเพื่อแต่งงานบุตรสาว ผู้ร้องน่าจะรู้ดี เป็นการให้สัตยาบันโดยปริยายแล้ว ถือเป็นหนี้ร่วม โจทก์จึงมีสิทธิยึด ไม่จำต้องร้องขอให้แยกสินบริคณห์เสียก่อน พิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นสินเดิมของผู้ร้องเมื่อขายไปได้เงินมา เงินนั้นก็เข้าแทนที่สินเดิมตามมาตรา ๑๔๖๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ครั้นเอาเงินไปสร้างหรือเปลี่ยนเป็นห้องแถวเรือนครัวที่ถูกยึด ทรัพย์ดังกล่าวนี้ก็กลายเป็นสินเดิมของผู้ร้อง เมื่อเจ้าของสินเดิมไม่ใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ไม่มีเหตุอะไรตามกฎหมายที่จะถูกบังคับคดี โจทก์ยึดสินเดิมของผู้ร้องจึงไม่ถูกต้อง ส่วนข้อเถียงเรื่องหนี้ร่วม ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่เป็นประโยชน์แก่คดี จึงไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษากลับ ให้ปล่อยห้องแถวและเรือนครัวที่ถูกยึดตามที่ผู้ร้องร้องมาในคดีนี้เสีย มีผู้พิพากษาทำความเห็นแย้งว่า ทรัพย์รายพิพาทได้ปลูกขึ้นระหว่างผู้ร้องกับจำเลยเป็นสามีภรรยากัน ในเบื้องต้นต้องถือว่าเป็นสินสมรส และตกเป็นสินบริคณห์ ทั้งหนี้รายนี้เป็นหนี้ร่วม โจทก์จึงมีอำนาจยึดทรัพย์รายพิพาทได้ เห็นควรให้ยกคำร้องของผู้ร้องขัดทรัพย์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ทรัพย์รายนี้แม้จะฟังว่าเป็นสินเดิมตามที่ผู้ร้องโต้แย้ง ก็ยังตกอยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่งมตรา ๑๔๖๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่บัญญัติให้ทรัพย์สินระหว่งสามีภรรยานอกจากที่แยกไว้เป็นสินส่วนตัวโดยเฉพาะเป็นสินบริคณห์ซึ่งรวมทั้งสินเดิมของทั้งสองฝ่ายและสินสมรส หนี้รายนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยผู้เป็นภรรยาของผู้ร้องได้กู้เงินโจทก์ไปทำการแต่งงานบุตรสาวของจำเลย ซึ่งผู้ร้องมิได้ปฏิเสธว่าไม่ใช่หนี้ร่วม เป็นแต่ต่อสู้ว่าไม่ได้ให้ความยินยอม ซึ่งข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องได้ให้สัตยาบันโดยจะใช้หนี้รายนี้ให้แก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยซ้ำ หนี้รายนี้จึงเป็นหนี้ร่วม โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงมีสิทธินำยึดทรัพย์รายนี้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2507 นายหมี นาทองไชย โจทก์ นางประมวล ภูสมสาย ล. นายแก้ว ภูสมสาย ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหมี นาทองไชย · ล. - นางประมวล ภูสมสาย · ผู้ร้อง - นายแก้ว ภูสมสาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ · ห้วน ประชาบาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายสมคิด มงคลชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม ทัตภิรมย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2679/2537ฎีกา 874/2532ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 1427/2514ฎีกา 1055/2492ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1005/2495ฎีกา 1492/2510ฎีกา 7419/2543ฎีกา 541/2509ฎีกา 1561/2508ฎีกา 3139/2537ฎีกา 2220/2535ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 1902/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา