⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1286/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์จะฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ได้ โจทก์ต้องมีสิทธิในอสังหาริมทรัพย์นั้น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์ โจทก์ต้องการที่คืนจึงบอกเลิกการเช่ากับจำเลยและให้จำเลยออกไปจากที่เช่า จำเลยก็ไม่ออก ขอให้ขับไล่ จำเลยสู้ว่าที่พิพาทเป็นของกรมชลประทานไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ดังนี้ ศาลจำต้องวินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ เพราะโจทก์จะมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ก็ต้องได้ความว่ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ถ้าโจทก์ไม่มีสิทธิเหนือที่พิพาทแล้ว โจทก์ก็ไม่มีอำนาจเอาไปให้ผู้อื่นเช่าได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยสู้ว่าจำเลยปลูกบ้านเรือนอยู่ในที่กรมชลประทาน มิใช่ที่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง สัญญาเช่าที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาเช่าที่ดินคนละแห่ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยเช่าที่โจทก์บางส่วน เรือนของจำเลยบางส่วนอยู่ในเขตที่ดินของโจทก์บังคับให้จำเลยรื้อเรือนส่วนที่อยู่ในเขตที่ดินของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ว่า ที่โจทก์จดคลองไม่ใช่จดชานคลอง โรงเรือนของจำเลยทั้งหมดปลูกอยู่ในที่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ว่าสัญญาเช่าเลิกระงับไปแล้ว พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าโรงเรือนจำเลยอยู่ในที่ดินโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยเช่าที่โจทก์ปลูกโรงอาศัย เมื่อโจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะอยู่ในที่รายนี้อีกต่อไป รูปคดีต้องบังคับให้เป็นไปตามคำขอของโจทก์โดยไม่จำต้องคำนึงถึงเขตชานคลองของกรมชลประทานมีเพียงไหน อย่างไรหรือไม่ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปจากที่เช่าโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีโดยอาศัยสิทธิที่ว่าตนเป็นเจ้าของที่ดิน เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของกรมชลประทาน มิใช่ที่ดินโจทก์ แม้จะฟังว่าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญาเช่าที่พิพาทจากโจทก์ โจทก์จะมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ก็ต้องได้ความว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ เพราะถ้าโจทก์ไม่มีสิทธิเหนือที่ดินรายนี้แล้ว โจทก์ก็ไม่มีอำนาจเอาไปให้ผู้อื่นเช่าได้ดังนัยฎีกาที่ ๙๔๘/๒๕๐๑ ศาลอุทธรณ์จึงต้องวินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2508 นางถนอม วิไลวรรณ โจทก์ นางเฮียง เจริญฤทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางถนอม วิไลวรรณ · จำเลย - นางเฮียง เจริญฤทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียง โรจนรัส · จิตติ ติงศภัทิย์ · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายหิรัญ สถาปนสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายประสม เภกะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 8735/2542ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1733/2498ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา