⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1316/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ยังไม่ถึงขั้นกระทำชำเรา แต่มีเจตนาเพื่อการอนาจาร ย่อมเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277,80 จำคคุก 2ปี 8 เดือน แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 277,81 จำคุก 1 ปีและรอการลงโทษ ดังนี้ จึงเป็นการแก้ไขมาก โจทก์ย่อมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ จำเลยเรียกผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ เข้าไปในห้องแล้วจำเลยปิดประตู บอกให้ผู้เสียหายไปนอน จำเลยได้ถอดกางเกงของผู้เสียหายและถอดกางเกงของจำเลยออก บอกให้ผู้เสียหายนอนตะแคง ตัวจำเลยก็นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผู้เสียหายและกอกผู้เสียหาย แล้วจำเลยเอาของลับทิ่มของลับของผู้เสียหาย 2 ครั้ง อวัยวะสืบพันธุ์ผู้เสียหายแคมใหญ่ด้านขวาบวมและมีรอยถลอกคือหนังกำพร้าขาดเล็กน้อย ตรงแคมใหญ่ด้านซ้านก้มีรอยถลอก เยื่อพรหมจารีปกติ ในช่องคลอดไม่มีเชื้ออสุจิ ตรวจพบว่ามีคราบน้ำอสุจิมนุษย์ติดอยู่ที่กางเกงของกลาง ดังนี้ ลักษณะการกระทำของจำเลยยังไม่อยู่ในวิสัยที่จะกระทำชำเราได้ และเห็นเจตนาว่าตั้งใจกระทำอนาจาร จึงผิดเพียงฐานกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดเพียงฐานทำอนาจารซึ่งเป็นบทเบากว่า ศาลก็ย่อมลงโทษปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ (ตัดสินโดยมติที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 19/2508)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.81 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.279

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจกระทำชำเราเด็กหญิงยี่หรืออุไรวรรณ แซ่ลิ่ม อายุเพียง ๔ ปี ๑ ครั้ง จำเลยกระทำตลอดแล้ว แต่ไม่บรรลุผล เนื่องจากเด็กหญิงอุไรวรรณยังเป็นเด็กเล็กเกินไป อวัยวะสืบพันธุ์ของจำเลยไม่อาจเข้าไปในอวัยวะสืบพันธุ์ของเด็กหญิงอุไรวรรณสมดังเจตนา แต่จำเลยก็ได้สำเร็จความใคร่ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗,๘๐ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยโดยเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดดังโจทก์ฟ้องพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๒ ปี ๘ เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงดังที่โจทก์นำสืบ และเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นการกระทำผ่านการกระทำอนาจารไปแล้ว แต่เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่สามารถจะบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เพราะผู้เสียหายยังเด็กมาก การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๑ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ ประกอบด้วยมาตรา ๘๑ ลงโทษจำคุก ๑ ปี โทษจำให้รอไว้มีกำหนด ๒ ปี โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ให้จำคุก ๒ ปี ๘ เดือน แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ ประกอบด้วยมาตรา ๘๑ ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี และให้รอการลงโทษจำเลยมีกำหนด ๒ ปี จึงเป็นการแก้ไขมาก โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ทางพิจารณาฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยได้เรียกผู้เสียหายให้เข้าไปในห้องนอนของจำเลย แล้วจำเลยบอกให้ผู้เสียหายไปนอนในมุ้งซึงเป็นที่นอนของจำเลย จำเลยได้ถอดเอากางเกงของผู้เสียหายออกและถอดเอากางเกงของจำเลยออกเช่นเดียวกัน จำเลยบอกให้ผู้เสียหายนอนตะแคงและจำเลยก็นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผู้เสียหายและกอดผู้เสียหาย แล้วจำเลยเอาของลับของจำเลยทิ่มตรงของลับผู้เสียหาย ๒ ครั้ง ผู้เสียหายได้ร้องขึ้น จำเลยได้ลุกขึ้นเปิดประตู แพทย์ตรวจอวัยวะสืบพันธุ์ผู้เสียหายปรากฏว่าตรงแคมใหญ่ด้านขวาบวมและมีรอยถลอก คือหนังกำพร้าขาดเล็กน้อย ตรงแคมใหญ่ด้านซ้ายมีรอยถลอก เยื่อพรหมจารีปกติ ในช่องคลอดไม่มีน้ำอสุจิ ผู้ชำนาญกรมตำรวจตรวจพบคราบน้ำอสุจิของมนุษย์ติดที่กางเกงของกลาง ดังนี้ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ลักษณะการกระทำของจำเลยดังกล่าวยังไม่อยู่ในวิสัยที่จำเลยจะกระทำชำเราผู้เสียหายได้ แต่กลับแสดงให้เห็นเจตนาว่าจำเลยตั้งใจจะกระทำอนาจารผู้เสียหายเท่านั้น ฉะนั้น จึงเห็นว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นผิดเพียงฐานกระทำอนาจาร แต่คดีนี้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดเพียงฐานทำอนาจารซึ่งเป็นบทเบากว่า ศาลก็ย่อมลงโทษปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ อนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นเรื่องการกระทำที่น่าบัดสี ไร้ศีลธรรม ไม่ควรรอการลงโทษ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๙ ให้จำคุกมีกำหนด ๑ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2508 อัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายตุด แซ่จิ้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายตุด แซ่จิ้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเช้า เฉลิมช่วง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 1588/2479ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1638/2492ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1857/2492ฎีกา 1271/2498ฎีกา 4328/2556ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา