⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1334/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1334/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เสียภาษีมีหน้าที่นำสืบพิสูจน์ความไม่ถูกต้องของการประเมินภาษีของเจ้าพนักงาน หากตนได้ยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลรัษฎากร ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจแก้จำนวนเงินที่ประเมินแล้วแจ้งให้เสียภาษีเพิ่มได้ตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติไว้ ผู้รับแจ้งมีหน้าที่ต้องชำระเงินตามที่เจ้าพนักงานแจ้งให้ทราบ เว้นแต่ผู้รับแจ้งจะได้อุทธรณ์หรือฟ้องต่อศาลแล้วกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ฉะนั้น เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องก็ย่อมเป็นการกล่าวอ้างว่า การเรียกเก็บภาษีของจำเลยซึ่งมีผลอยู่นั้นเป็นการไม่ถูกต้อง จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบว่าเป็นจริงดังที่โจทก์กล่าวอ้าง โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ด้วยความเห็นชอบของจำเลยที่ ๑ ได้มีหนังสือให้โจทก์เสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมกับเงินเพิ่ม โจทก์ไม่เห็นด้วย จึงอุทธรณ์ต่อจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ได้ยกอุทธรณ์โจทก์ ขอให้ศษลพิพากษาว่าคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์เสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมกับเงินเพิ่ม เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยกระทำหน้าที่โดยชอบด้วระเบียบและกฎหมาย รายการที่โจทก์ทำขึ้นเพื่อคำนวณภาษีเงินได้บ่ายเบี่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงให้เสียน้อยลง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์ฟ้องจำเลยได้ แต่ความเห็นและคำสั่งของเจ้าพนักงานภาษีเงินได้ทำไปโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาประเด็นเรื่องเรียกเก็บภาษ๊จากโจทก์เป็นการถูกต้องหรือไม่ เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบก่อน ตามประมวลรัษฎากรให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจแก้จำนวนเงินที่ประเมินแล้วแจ้งให้เสียภาษีเพิ่มได้ตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติไว้ ผู้รับแจ้งมีหน้าที่ต้องชำระเงินตามที่เจ้าพนักงานแจ้งให้ทราบ เว้นแต่ผู้รับแจ้งจะได้อุทธรณ์หรือฟ้องต่อศาลแล้วกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ฉะนั้น เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องก็ย่อมเป็นการกล่าวอ้างว่าการเรียกเก็บภาษีของจำเลยซึ่งมีผลอยู่นั้นเป็นการไม่ถูกต้องจึงเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบว่าเป็นจริงดังที่โจทก์กล่าวอ้าง โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบก่อน ที่โจทก์ฎีกาว่า ควรฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบว่าจำนวนแร่รายพิพาทโจทกืได้ซื้อแร่จากบุคคลอื่น ไม่ใช่เป็นแร่ที่โจทก์ขุดได้จากเหมืองของโจทก์ พยานหลักฐานของโจทก์สับสนขัดกันเองและมีพิรุธ ไม่อาจรับฟังเพื่อชี้ว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินไม่ชอบอย่างใดเพียงไร ที่โจทก์ฎีกาเกี่ยวกับเงินค่าขายสิทธิการทำเหมืองแร่ว่า แม้ทำสัญญาซื้อขายกันในราคา ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่โจทก์ได้รับเงินเพียง ๔๘๐,๐๐๐ บาทนั้น ไม่มีบันทึกหรือทำเอกสารลดราคาให้แก่กัน และก็ไม่ปรากฏว่าฝ่ายผู้ซื้อขอผัดชำระราคาหรือไม่ยอมชำระราคาให้ การนำสืบของโจทก์ในเรื่องนี้จึงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับเงินจากการขายทรัพย์สินไม่ครบตามสัญญาซื้อขาย ที่โจทก์ฎีกาว่า ค่าทนายศาลชั้นต้นให้โจทก์ใช้แทนจำเลยนั้น มากไปนั้น ไม่เกินสมควร พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1334/2508 ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจนกิจ โดยนายเจนกิจ ปัจจักขภัติ หุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ กรมสรรพากรโดยนายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดี ที่ 1 เจ้าพนักงานประเมินภาษีเงิน ได้ภาค 8 โดยนายอำนาจ จ๋วงพานิช ที่ 2 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภาค 8

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจนกิจ โดยนายเจนกิจ ปัจจักขภัติ หุ้นส่วนผู้จัดการ · เจ้าพนักงานประเมินภาษีเงิน - กรมสรรพากรโดยนายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดี ที่ 1 · 8 - ได้ภาค 8 โดยนายอำนาจ จ๋วงพานิช ที่ 2 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายประเทือง วรรณพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ตินทุกะสิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 174/2520ฎีกา 5252/2550ฎีกา 234/2491ฎีกา 952/2491ฎีกา 9909/2539ฎีกา 7/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา