คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251-252/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่มารดาผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงมิได้โต้แย้งคัดค้านพินัยกรรม ถือว่าบุตรไม่อาจอ้างว่าพินัยกรรมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายได้
* การฟ้องขอให้เพิกถอนพินัยกรรมในคดีหลัง แม้จะมีคำขออื่นรวมอยู่ด้วย หากประเด็นเรื่องการเพิกถอนพินัยกรรมเป็นประเด็นเดียวกับคดีก่อน ถือเป็นฟ้องซ้ำ
* หากพยานเบิกความแตกต่างจากคดีก่อน และฝ่ายตรงข้ามเพิ่งทราบ ศาลอาจอนุญาตให้ฝ่ายตรงข้ามอ้างสำนวนคดีก่อนเป็นพยานหลักฐานได้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ย่อคำพิพากษา
บุตรไม่อาจอ้างว่าบิดานำสินสมรสของบิดามารดามาทำพินัยกรรม ในเมื่อมารดาผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงมิได้โต้แย้งคัดค้าน
โจทก์ฟ้องคดีแรกขอให้เพิกถอนหรือทำลายพินัยกรรม แล้วมาฟ้องคดีหลังขอให้สั่งว่าพินัยกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมายอีก แม้ฟ้องคดีหลังจะมีประเด็นขอให้กำจัดมิให้รับมรดกและเรียกค่าเสียหายด้วยก็ตาม เฉพาะประเด็นให้เพิกถอนพินัยกรรมนั้นต้องถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ
หากพยานฝ่ายที่นำสืบภายหลังเบิกความแตกต่างกับที่เคยเบิกความไว้ในคดีอาญาและฝ่ายที่นำสืบก่อนเพิ่งทราบเช่นนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุตธรรม ศาลอนุญาตให้ฝ่ายนำสืบก่อนอ้างสำนวนคดีอาญาเป็นพยานได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองจำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหรือทำลายพินัยกรรมของนายโฮกฉบับลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๐๓
จำเลยให้การว่า พินัยกรรมสมบูรณ์และชอบด้วยกฎหมาย
สำนวนหลัง โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าพินัยกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมาย สั่งกำจัดมิให้จำเลยที่ ๑ รับมรดก ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ๕,๐๐๐ บาท
จำเลยให้การว่า นายโฮกทำพินัยกรรมด้วยความสมัครใจ โจทก์ไม่ได้เสียหาย เพราะจำเลยที่ ๑ มีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรมและต่อสู้ว่า ฟ้องขอให้เพิกถอนพินัยกรรมเป็นฟ้องซ้ำ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า นายโฮกได้ทำพินัยกรรมในขณะมีสติเป็นปกติดี พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักจะหักล้างพยานจำเลย
ในประเด็นที่ว่า ทรัพย์ที่ระบุในพินัยกรรมเป็นสินบริคณห์ โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องแต่มิได้นำสืบ อย่างไรก็ดี ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นแต่เพียงบุตรของเจ้ามรดก จะยกขึ้นอ้างหาได้ไม่ ในเมื่อนางกิมภรรยาเจ้ามรดกผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงมิได้โต้แย้งคัดค้าน กลับเบิกความเห็นชอบกับการกระทำของนายโฮกเสียอีก ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
ส่วนข้อฟ้องซ้ำ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ไว้ตามคดีดำที่ ๑๖๔/๒๕๐๔ ขอให้ศาลเพิกถอนหรือทำลายพินัยกรรมของนายโฮก คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา แล้วโจทก์มาฟ้องจำเลยที่ ๑ กับพวกตามคดีดำที่ ๑๗๑/๒๕๐๕ ขอให้ศาลสั่งว่าพินัยกรรมของนายโฮกไม่ชอบด้วยกฎหมายอีก แม้ถึงว่าฟ้องโจทก์ในคดีหลังจะมีประเด็นขอให้กำจัดมิให้จำเลยได้มรดก และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายด้วยก็ตาม ฟ้องของโจทก์คดีหลังเฉพาะประเด็นให้เพิกถอนพินัยกรรมก็เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแรก ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓
ฎีกาข้อสุดท้าย ศาลฎีกาเห็นว่า เหตุที่จำเลยอ้างสำนวนคดีอาญาของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ ๗๑๗/๒๕๐๔ ภายหลังที่จำเลยสืบพยานเสร็จแล้ว ก็เนื้องจากพยานโจทก์ที่โจทก์นำสืบภายหลังเบิกความแตกต่างกับที่ได้เคยเบิกความไว้ในคดีอาญา จำเลยเพิ่งทราบจึงจำเป็นต้องอ้างสำนวนคดีอาญาดังกล่าวเป็นพยานเพื่อยันคำพยานที่เบิกความในคดีนี้ นับว่าจำเลยมีเหตุอันสมควร ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยอ้างสำนวนคดีอาญาดังกล่าวได้เพื่อประโยชน์ความยุติธรรมจึงชอบด้วยรูปคดีแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251 - 252/2508
นายบุญเสริม ผลสุวรรณ์ โจทก์
นายบุญสม ผลสุวรรณ์ จำเลย
นายบุญเสริม ผลสุวรรณ์ โจทก์
นายบุญสม ผลสุวรรณ์ ที่ ๑ นายเปลื้อง รัตนกำเนิด ที่ ๒ นายเกษม จันทรศรี ที่
๓ นายบรรจง พ่วงสมบัติ ที่ ๔ นายสนาน กลิ่นขจร ที่ ๕ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญเสริม ผลสุวรรณ์ · จำเลย - นายบุญสม ผลสุวรรณ์ · โจทก์ - นายบุญเสริม ผลสุวรรณ์ · ที่ - นายบุญสม ผลสุวรรณ์ ที่ ๑ นายเปลื้อง รัตนกำเนิด ที่ ๒ นายเกษม จันทรศรี · จำเลย - ๓ นายบรรจง พ่วงสมบัติ ที่ ๔ นายสนาน กลิ่นขจร ที่ ๕ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยง เหลืองรังษี · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายหิรัญ สถาปนสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา