⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 347/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หลายรายในคราวเดียวกัน ถือเป็นกรรมเดียว หากศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์รายใดรายหนึ่งจนถึงที่สุดแล้ว สิทธิในการนำคดีมาฟ้องจำเลยในความผิดอันเป็นกรรมเดียวกันนั้นย่อมระงับไปตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยลักทรัพย์หลายสิ่งหลายเจ้าของอยู่ในเรือลำเดียวกัน และจำเลยลักไปในคราวเดียวกันนั้น ถือได้ว่าเป็นกรรมเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 เมื่อโจทก์ได้ฟ้องจำเลยว่าลักทรัพย์ของเจ้าของหนึ่ง ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยจนคดีถึงที่สุดแล้ว สิทธิที่นำคดีมาฟ้องจำเลยในการกระทำของจำเลยซึ่งเป็นกรรมเดี่ยวกันนั้นจึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยหาว่าลักทรัพย์ของอีกเจ้าของหนึ่งซ้ำอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๓๗ จำเลยนี้เป็นคนคนเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาแดงที่ ๑๑๗/๐๗ ขอให้นับโทษต่อด้วย จำเลยให้การว่า ได้ลักของกลางรายนี้มาพร้อมกับของกลางในคดีอาญาแดงที่ ๑๑๗/๒๕๐๗ ซึ่งศาลจำคุกไปแล้ว ๓ เดือน คู่ความไม่สืบพยาน ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๐๗ จำเลยแถลงว่า ในคดีอาญาแดงที่ ๑๑๗/๒๕๐๗ รองเท้าที่จำเลยลักไป ลักไปจากเรือประจักษ์โชค จำเลยรับสารภาพศาลจำคุก ๓ เดือน คดีถึงที่สุดแล้วของกลางในคดีนี้เป็นของประจำเรือประจักษ์โชคลำเดียวกัน จำเลยลักไปพร้อมกับรองเท้าที่กล่าวแล้ว เป็นการกระทำครั้งเดียวกัน โจทก์แถลงว่า โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยลักทรัพย์รองเท้าที่จำเลยลักในคดีก่อนกับขอบกลางในคดีนี้เป็นของคนละเจ้าของ จับของกลางได้คนละแห่ง ต่างกรรมต่างวาระกัน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้ของกลางทั้งสองคดีเป็นของสองเจ้าของ การกระทำของจำเลยเป็นครั้งเดียวกรรมเดียว คดีนี้จึงเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีอาญาแดงที่ ๑๑๗/๒๕๐๗ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่โจทก์จำเลยแถลงตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๐๗ และตามที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๐๗ เวลากลางวัน ถึงวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๐๗ เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยนี้ได้บังอาจลักรองเท้าหนัง ๑ คู่ ราคา ๑๐๐ บาทของนายเสนอ สุขยิ่งเจริญ และลักเข็มทิศ ๑ อัน ราคา ๕๐๐ บาท สป็อตไลท์ ๑ ดวง ราคา ๑๕๐ บาท ของนายวิรัช ทรงประจักษ์กุล ไปในคราวเดียวกันด้วย เพราะสิ่งของที่ลักอยู่ในเรือลำเดียวกัน ต่อมาเจ้าพนักงานจับรองเท้าที่จำเลยลักไปได้จากนายชาญ ซึ่งจำเลยเอาไปขายไว้ให้ และฟ้องจำเลยต่อศาล คดีถึงที่สุด ต่อมาเจ้าพนักงานจับของกลางในคดีนี้ได้จากบุคคลอื่นอีก ๒ คน ซึ่งจำเลยนำเอาไปฝากไว้ คนละวันกัน โจทก์จึงแยกฟ้องเป็น ๒ คดี เพราะสองเจ้าของ จึงปรากฏเป็นสำนวนนี้ขึ้นอีกสำนวนหนึ่ง ปัญหามีว่า สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ได้ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๙(๔) ที่บัญญัติไว้ว่า เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยลักทรัพย์หลายสิ่ง หลายเจ้าของอยู่ในเรือลำเดียวกัน และในคราวเดียวกัน ถือได้ว่าการลักทรัพย์เหล่านั้น เป็นกรรมเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ จะถือว่าเป็นหลายกรรมเพราะเป็นทรัพย์หลายเจ้าของ และจับของกลางได้คนละแห่งคนละวันกันก็ไม่ได้ สิทธิที่นำคดีมาฟ้องจำเลยในการกระทำของจำเลยซึ่งเป็นกรรมเดียวกันนั้นจึงระงับไป เพราะมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องตามบทบัญญัติของกฎหมายซึ่งได้กล่าวแล้วโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยซ้ำอีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2508 อัยการจังหวัดระนอง โจทก์ นายฝนหรือพร สังข์ทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดระนอง · จำเลย - นายฝนหรือพร สังข์ทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุศย์ ขันธวิทย์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระนอง - นายพิทยา มงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1656/2512ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 19406/2555ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 7194/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา