คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ทางเดินในที่ดินเอกชนที่ให้ใช้เพื่อความสะดวกบางประการ จะไม่กลายเป็นทางสาธารณะ เว้นแต่เจ้าของจะอุทิศให้โดยตรงหรือโดยปริยาย
2. เจ้าของที่ดินมีหน้าที่ต้องจัดการไม่ให้กิ่งก้านต้นไม้ในที่ดินของตนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่น
ย่อคำพิพากษา
ทางเดินในที่ดินของเอกชนซึ่งมีผู้ถือวิสาสะให้เป็นทางเดินเพื่อความสะดวกบางประการนั้นเมื่อเจ้าของมิได้อุทิศโดยตรงหรือโดยปริยายอย่างใดแล้ว ก็หาทำให้ทางเดินนั้นกลายสภาพเป็นทางสาธารณะไม่
การที่ที่ดินของโจทก์จำเลยอยู่ติดกันโดยไม่มีทางสาธารณะคั่นกลางนั้น เมื่อกิ่งก้านต้นไม้ในที่ดินของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์จำเลยก็ย่อมมีหน้าที่ต้องจัดการบำบัดอย่าให้มีสภาพเช่นนั้นต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินติดต่อกับที่ดินของจำเลย ต้นไม้ที่จำเลยปลูกไว้เป็นแนวเขตได้งอกงามแผ่รากกิ่งก้านสาขาและลำต้นรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ทำให้โจทก์เดือดร้อนขอให้บังคับจำเลยตัดฟันรื้อถอนราก ลำต้นโคนต้นกิ่งก้านต้นไม้ของจำเลยที่รุกล้ำไปในที่ดินของโจทก์
จำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องแย้ง
ศาลชั้นต้นฟังว่า มีทางเดินสาธารณะคั่นระหว่างที่ดินโจทก์จำเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ส่วนหนึ่งส่วนใดของต้นไม้ในที่ดินของจำเลยจะรุกล้ำบ้างก็รุกล้ำเข้าไปในทางสาธารณะ หาได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์ไม่พิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์เปิดทางพิพาทอันเป็นทางสาธารณะตามฟ้องแย้งของจำเลย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยตัดฟันต้นไม้และส่วนของต้นไม้ที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ยกฟ้องแย้งของจำเลย
ผู้รับมรดกความของจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่มีทางสาธารณะอยู่ในที่ดินของโจทก์ตอนติดกับที่ดินของจำเลยจึงจะฟังว่าที่ตอนนั้นเป็นทางสาธารณะหาได้ไม่ ศาลฎีกาเชื่อว่า ตอนแนวเหนือสุดของที่ดินโจทก์ได้มีผู้ที่อยู่ใกล้เคียงหรือที่เป็นญาติพี่น้องกัน ได้ใช้อาศัยสัญจรไปมาบ้างเพื่อติดต่อกับหมู่บ้านใต้ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของคลอง แต่การที่มีผู้อาศัยใช้เป็นทางเพื่อกิจธุระนั้น ก็น่าจะเป็นการถือวิสาสะเพื่อความสะดวกบางประการ ดังจะเห็นได้จากคำพยานจำเลยว่า ชาวพังงานั้น ถ้าจะเดินผ่านที่ของผู้อื่นชั่วครั้งคราว ก็ไม่หวงห้ามกัน ถึงกระนั้นก็ตาม เมื่อทางเดินนี้ไม่ได้ความเลยว่า มีการอุทิศให้เป็นทางสาธารณะโดยตรงหรือโดยปริยาย ก็จะถือว่าทางเดินนั้นมีสภาพเป็นทางสาธารณะยังไม่ได้
เมื่อฟังว่า เขตที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของจำเลยไม่มีทางสาธารณะ การที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นไม้ในที่ดินของฝ่ายจำเลยแผ่รุกล้ำเข้าไปในแดนกรรมสิทธิของโจทก์ฝ่ายจำเลยย่อมมีหน้าที่ต้องจัดการบำบัดอย่าให้มีสภาพเช่นนี้ต่อไป ดังที่ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดมาชอบแล้ว
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2508
นายชลอ เปรมจิตต์ โจทก์
นายวัน พวงแก้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชลอ เปรมจิตต์ · จำเลย - นายวัน พวงแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ยง เหลืองรังษี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพังงา - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง สาลิคุปต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา