⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 454/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ข้อเท็จจริงที่ศาลในคดีส่วนแพ่งได้วินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ย่อมผูกพันคู่ความในคดีเดิม 2. การกำหนดค่าสินไหมทดแทนในคดีแพ่ง ต้องพิจารณาจากความเสียหายที่แท้จริงตามกฎหมาย ไม่ใช่การนำบทบัญญัติเรื่องการลดค่าสินไหมทดแทนมาใช้โดยไม่ถูกต้อง

ย่อคำพิพากษา

ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจะต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา เฉพาะคู่ความในคดีเดิมเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า การที่รถโจทก์จำเลยเกิดชนกันขึ้นนั้น เป็นเพราะความประมาทปราศจากความระมัดระวังของจำเลยฝ่ายเดียวจะนำเอาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 442 ประกอบด้วยมาตรา 223 มาใช้เป็นหลักในการกำหนดค่าเสียหายหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.424 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๑ ขับรถชนรถโจทก์เสียหายโดยประมาท ขอให้จำเลยทั้งสองให้ค่าเสียหาย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ มิได้เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๑ โจทก์เองเป็นฝ่ายประมาท โจทก์มิได้เสียหายจริงดังฟ้อง โจทก์ไม่สามารถสืบหาที่อยู่จำเลยที่ ๒ จึงขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกา ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๔๖ ให้ฟังข้อเท็จจริงในคดีส่วนแพ่งตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญาเฉพาะคู่ความเดิม หมายถึงจำเลยที่ ๑ ด้วย เพราะเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๒ จะต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจะต้องถือเอาข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเฉพาะคู่ความในคดีเดิมเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ ๑ ในคดีนี้มิใช่คู่ความในคดีส่วนอาญา คำพิพากษาในคดีส่วนอาญาก็ไม่มีผลผูกมัดจำเลยที่ ๑ จำต้องพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป และเห็นว่า การที่รถโจทก์กับจำเลยที่ ๒ เกิดชนกันขึ้นนั้น เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๒ ฝ่ายเดียว จึงนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๒ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๓ มาใช้เป็นหลักในการกำหนดค่าเสียหายดังที่โจทก์ฎีกาหาได้ไม่ พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยที่ ๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2508 นายแสวง หงษ์ทอง โจทก์ บริษัทสันติสุขประกันภัยและคลังสินค้า จำกัด โดยนายธาริน เลาหภัทร กรรมการผู้จัดการที่ ๑ นายปรีชา วงษ์น้อย ที่ ๒ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแสวง หงษ์ทอง · เลาหภัทร - บริษัทสันติสุขประกันภัยและคลังสินค้า จำกัด โดยนายธาริน · จำเลย - กรรมการผู้จัดการที่ ๑ นายปรีชา วงษ์น้อย ที่ ๒
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · กิตติ สีหนนทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายโสพิทย์ คังคะเกตุ · ศาลอุทธรณ์ - นายจวน เจียรนัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1073/2473ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8137/2538ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา