⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 562/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การบรรยายฟ้องว่าจำเลยลักลอบนำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยซ่อนเร้นและละเว้นไม่ผ่านศุลกากรให้ถูกต้อง ถือว่าชัดเจนเพียงพอแล้ว 2. ผู้นำของเข้ามาในราชอาณาจักรต้องผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง แม้ของนั้นจะไม่ต้องเสียอากร 3. การใช้ยานพาหนะในการลักลอบนำของเข้ามาในราชอาณาจักร ถือว่ายานพาหนะนั้นได้ใช้ในการกระทำความผิดแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยได้ลักลอบนำสลากกินแบ่งของสหพันธรัฐมลายาเข้ามาในราชอาณาจักรโดยวิธีซ่อนเร้น ด้วยการละเว้นไม่ผ่านศุลกากรให้ถูกต้อง นั้น ชัดเจนพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงรายละเอียดว่าการผ่านศุลกากรโดยถูกต้องจะต้องทำอย่างไร ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2467 มาตรา 27 เป็นบทบังคับให้ผู้นำของเข้ามาในราชอาณาจักร แม้จะเป็นของที่ไม่ต้องเสียอากรก็ต้องผ่านศุลกากรโดยถูกต้องก่อน พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 มาตรา 11 นั้น เป็นบทลงโทษผู้ทำการขนส่งฝ่าฝืนมาตรา 7 และ 8 จะนำมาปรับแก่กรณีผู้ลักลอบนำของเข้ามาในราชอาณาจักรไม่ได้ เมื่อจำเลยใช้รถยนต์ของกลางลักลอบนำของซ่อนเร้นเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดแล้ว แม้ของจะมากน้อยเท่าใด ก็ได้ชื่อว่าจำเลยใช้รถยนต์ของกลางกระทำผิดด้วยแล้ว พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2490 มาตรา 3 ที่บัญญัติให้ริมทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดโดยไม่คำนึงว่าจะเป็นของบุคคลใดและเจ้าของจะได้รู้เห็นในการกระทำผิดด้วยหรือไม่นั้น ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เป็นโมฆะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2490 ม.3 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 ม.7 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 ม.8 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 ม.11 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 ม.16 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 ม.17 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.8 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.11 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.32

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจนำสลากกินแบ่งของสหพันธรัฐมลายา ๒,๖๐๐ ฉบับ ราคา ๑๗,๖๘๐ บาท และสิ่งของซึ่งต้องเสียภาษีอากร คือ ตะไบลับมีด ๑ อัน ราคา ๑๕ บาท มีดปังตอ ๔ เล่ม ราคา ๖๐ บาท แผ่นป้ายโลหะ ๑๐๐ อัน ราคา ๒๐๐ บาท ขอเหล็ก ๒๐ อัน ราคา ๒๐ บาท รวม ๔ สิ่ง ราคา ๒๙๕ บาท ซึ่งต้องเสียอากร ๗๑.๗๕ บาท กับสิ่งของต้องห้ามมิให้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีหรือผู้ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ คือ ร่มกระดาษ ๒ คัน ราคา ๑๐ บาท อากร ๖ บาท จากสหพันธรัฐมลายาซึ่งเป็นดินแดนต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องและหลีกเลี่ยงไม่เสียอากร โดยมิได้รับอนุญาตสำหรับของต้องห้ามมิให้นำเข้ามาในประเทศ โดยซ่อนเร้นบรรทุกมาในรถยนต์คันหมายเลข เอ.เอ.๓๓๗๕ โดยเจตนาฉ้อค่าภาษีรัฐบาล ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร ฯ ริบของกลางรวมทั้งรถยนต์ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗, ๓๒, ๓๔ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ.๒๔๘๒ มาตรา ๑๖, ๑๗ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๑๐ ให้ปรับ ๔ เท่าของราคาสลากกินแบ่งเป็นเงิน ๗๐,๗๒๐ บาท ปรับ ๔ เท่าของราคาตะไบ มีดปังตอ แผ่นป้ายโลหะ และขอเหล็กรวมค่าอากรเป็นเงิน ๑,๔๖๗ บาท ส่วนข้อหาลักลอบนำร่มกระดาษ ๒ คันเข้ามาในราชอาณาจักรนั้น ผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓ ด้วย แต่ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอก ฯ มาตรา ๓ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๕ เท่าราคาสินค้า ๕๐ บาท ยกโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๕ คงปรับสถานเดียว รวมปรับทั้งสิ้น ๗๒,๒๓๗ บาท ลดรับกึ่ง มาตรา ๗๘ ปรับ ๓๖,๑๑๘.๕๐ บาท ไม่ชำระจัดการตามมาตรา ๒๙, ๓๐ ถ้ากักขังให้กักขัง ๒ ปี ริบของกลางรวมทั้งรถยนต์ จ่ายรางวัลผู้จับ นายฟุ้ง เส็งควน ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้คืนรถยนต์ของกลาง ศาลชั้นต้นส่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ว่า ฟ้องข้อหาจำเลยนำสลากกินแบ่งเข้ามาไม่สมบูรณ์ หากจะผิดก็ผิดพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๔๘๐ มาตรา ๑๑ ขอให้พิพากษาแก้ และคืนรถยนต์ของกลาง ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า รถยนต์เป็นของผู้ร้อง จำเลยเช่ามา มีของติดตัวมาเล็กน้อยเท่านั้นอันไม่ใช่สินค้า ผู้ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิด ขอให้ศาลไต่สวน และคืนรถยนต์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ฟ้องโจทก์บรรยายรายละเอียดว่า จำเลยลักลอบนำสลากกินแบ่งของสหพันธรัฐมลายาเข้ามาในราชอาณาจักรโดยวิธีซ่อนเร้น ด้วยการละเว้นไม่ผ่านด่านศุลกากรให้ถูกต้องนั้น ชัดเจนพอที่จำเลยจะเข้าในได้ดีแล้ว ทั้งจำเลยให้การรับสารภาพ มิได้หลงข้อต่อสู้ ไม่จำต้องกล่าวรายละเอียดว่าการผ่านศุลกากรโดยถูกต้องจะต้องทำอย่างไรด้วย เพราะเป็นบทบัญญัติของกฎหมาย + จึงสมบูรณ์ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าสลากกินแบ่งเป็นของส่วนตัว ไม่ต้องเสียภาษี ไม่ผิดพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ควรจะผิดพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๔๘๐ มาตรา ๑๑ นั้น ให้พิจารณาพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ แล้วเห็นว่า เป็นบทบังคับให้ผู้นำของเข้ามาในราชอาณาจักร แม้จะเป็นของที่ไม่ต้องเสียอากรก็ต้องผ่านศุลกากรโดยถูกต้องก่อน เมื่อข้อเท็จจริงในเรื่องการนำสลากกินแบ่งเข้ามาฟังได้ว่าจำเลยลักลอบซ่อนเร้นเข้ามาในราชอาณาจักโดยมิได้ผ่านศุลกากรให้ถูกต้อง ย่อมเป็นผิดตามมาตรา ๒๗ ดังกล่าว และเห็นว่าพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๔๘๐ มาตรา ๑๑ เป็นบทลงโทษผู้ทำการขนส่งที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติในมาตรา ๗, ๘ จำเลยไม่ใช่ผู้ขนส่ง หากเป็นผู้ลักลอบนำของเข้ามา จึงนำบทบัญญัติดังกล่างมาปรับไม่ได้ ส่วนรถยนต์ของกลาง กฎหมายมิได้บัญญัติแจ้งไว้ว่ายานพาหนะที่ใช้บรรทุกของเข้ามาจำนวนมากน้องเท่าใดจึงจะถือว่าเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด เมื่อปรากฏว่าจำเลยใช้รถยนต์ของกลางลักลอบนำของซ่อนเร้นเข้ามาอันเป็นความผิดแล้วก็ได้ชื่อว่าจำเลยใช้รถยนต์ของกลางกระทำผิดด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาของผู้ร้องนั้น เห็นว่า ตามธรรมนูญการปกครองราชอาณาจัก พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๒๐ บัญญัติว่า ให้วินิจฉัยกรณีไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๔๙๒ มาตรา ๒๙ บัญญัติว่า บุคคลจะไม่ต้องรับโทษในทางอาญาเว้นแต่จะได้กระทำการอันกฎหมายซึ่งใช้อยู่ในเวลากระทำนั้นบัญญัติว่าเป็นความผิด และศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยวางแนวไว้ในคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๑๑/๒๕๐๔ ว่า พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓ ที่บัญญัติให้ริบทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะเป็นของผู้ใดและเจ้าของจะได้รู้เห็นในการกระทำผิดด้วยหรือไม่นั้น ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เป็นโมฆะใช้บังคับไม่ได้ และแม้จะเป็นการริบตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๓๒ ก็ตาม หากปรากฏภายหลังว่าเจ้าของแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยการกระทำผิด ศาลก็ต้องสั่งคืนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖ พิพากษาคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะส่วนที่ผู้ร้องขอคืนรถยนต์ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งตามกระบวนความ นอกนี้ยืน เว้นแต่พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๓๔ ถูกยกเลิกใช้บังคับไม่ได้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2508 อัยการประจำศาลจังหวัดเบตง โจทก์ นายกำฮง แซ่จัง จำเลย นายฟุ้งเส็งควน แซ่ฟุ้ง ผ.ร.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดเบตง · จำเลย - นายกำฮง แซ่จัง · ผ.ร. - นายฟุ้งเส็งควน แซ่ฟุ้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเบตง - นายสวัสดิ์ โชติพานิช · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 651/2507ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 531/2510ฎีกา 1411/2499ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1220/2510ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 269/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา