⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 591/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่เจ้าของรวมคนหนึ่งยินยอมให้เจ้าของรวมอีกคนหนึ่งแสดงตนเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียวและดำเนินการขายฝากทรัพย์สินอันเป็นกรรมสิทธิ์รวมนั้น การขายฝากย่อมผูกพันเจ้าของรวมทุกคน 2. ในคดีที่เกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ หากจำเลยคนหนึ่งขาดนัด แต่จำเลยคนอื่นได้อุทธรณ์หรือฎีกา จำเลยที่ขาดนัดนั้นย่อมได้รับผลตามคำพิพากษาด้วย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยเป็นเจ้าของรวมในที่นาพิพาทอันเป็นที่ดินมือเปล่า จำเลยไปแจ้งการครอบครองที่พิพาทเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียวและยื่นคำขอคำรับรองทำประโยชน์ กับยื่นคำขอจดทะเบียนนิติกรรมขายฝาก โจทก์รู้แต่ก็นิ่งเสียไม่คัดค้าน แสดงให้เห็นว่าโจทก์ได้ให้จำเลยแสดงตนเป็นเจ้าของนาพิพาทแต่ผู้เดียว โดยยินยอมให้จำเลยขายฝากที่พิพาท การขายฝากจึงผูกพันโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรค 2 จำเลยคนหนึ่งขาดนัดมาแต่ต้นและมิได้อุทธรณ์ฎีกา แต่รูปคดีเป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ จำเลยจึงได้รับผลตามคำพิพากษาด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245(1) และ 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1361

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ได้ให้ผู้มีชื่อเช่าที่นาซึ่งโจทก์ได้รับจากบิดามา โดยแบ่งข้าวจากผู้เช่าคนละครึ่งทุกปี จำเลยที่ ๓ กับพวกมาแย่งข้าวจากผู้เช่าน่าโจทก์ไป โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นบุตรโจทก์ขายฝากจำเลยที่ ๑ ไว้แล้วไม่ไถ่ถอน นาจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ ขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาข้าวและขับไล่กับห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่นาพิพาท จำเลยที่ ๑ ให้การว่า นาพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ แต่เป็นของจำเลยที่ ๒ ขายฝากจำเลยที่ ๑ ไว้ จำเลยที่ ๑ ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทน โดยสุจริตเปิดเผย และจดทะเบียนสิทธิได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และคดีโจทก์ขาดอายุความ จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๓ สู้ว่าเป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง และให้คืนหรือใช้ราคาข้าว จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่นาพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า เป็นมรดกได้แก่โจทก์และสามีในฐานเป็นสินสมรส เมื่อสามีตายส่วนของสามีจึงตกได้แก่โจทก์ และจำเลยที่ ๒ ที่นาพิพาทจึงเป็นทรัพย์รวม เมื่อทางราชการประกาศให้ผู้มีที่ดินมือเปล่าแจ้งการครอบครอง จำเลยที่ ๒ ไปแจ้งการครอบครองที่พิพาทเป็นเจ้าของผู้รับมรดกแต่ผู้เดียว โจทก์รู้แล้วไม่แก้ไขให้ถูกต้อง ต่อมาจำเลยที่ ๒ ยื่นคำขอคำรับรองทำประโยชน์และยื่นคำขอจดทะเบียนนิติกรรมขายฝาก ซึ่งโจทก์รู้แต่นิ่งเสียไม่ดำเนินการคัดค้าน แสดงให้เห็นว่าโจทก์ได้ให้จำเลยที่ ๒ แสดงตนเป็นเจ้าของนาพิพาทแต่ผู้เดียว โดยยินยอมให้จำเลยที่ ๒ ขายฝากที่พิพาทให้จำเลยที่ ๑ การขายฝากจึงผูกพันโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๑ วรรค ๒ ส่วนจำเลยที่ ๒ แม้จะขาดนัดมาแต่ต้นและมิได้อุทธรณ์ฎีกา แต่เนื่องจากรูปคดีเป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งยากได้ จำเลยที่ ๒ จึงได้รับผลตามคำพิพากษาด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๕(๑) และ ๒๔๗ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2508 นางหมา กันชุม(หม้าย) โจทก์ นายสุวิชช์ สุจนิล กับพวกรวม ๓ คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหมา กันชุม(หม้าย) · จำเลย - นายสุวิชช์ สุจนิล กับพวกรวม ๓ คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อินท์ อุดล · โพยม เลขยานนท์ · ห้วน ประชาบาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายวิเชียร พูนคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ ตินทุกะสิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 6789/2541ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 425/2520ฎีกา 3350/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 4473/2541ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา