⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 685/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 685/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตั้งตัวแทนเพื่อทำสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นนิติกรรมที่กฎหมายกำหนดให้ทำเป็นหนังสือ จึงต้องทำเป็นหนังสือด้วย มิฉะนั้นการตั้งตัวแทนจะเป็นโมฆะและสัญญาเช่าซื้อที่ทำขึ้นจะเป็นโมฆะไปด้วย

ย่อคำพิพากษา

การเช่าซื้อเป็นนิติกรรมที่ต้องทำเป็นหนังสือการตั้งตัวแทนเพื่อทำสัญญาเช่าซื้อจึงต้องทำเป็นหนังสือด้วย โจทก์มอบหมายให้ผู้จัดการแผนกเข้าทำสัญญาให้เช่าซื้อทรัพย์สินของโจทก์กับจำเลยโดยมิได้แต่งตั้งตัวแทนเป็นหนังสือ การแต่งตั้งมอบหมายจึงเป็นโมฆะโจทก์จะนำพยานบุคคลมาสืบว่าโจทก์ได้แต่งตั้งให้ผู้จัดการแผนกเป็นตัวแทนโจทก์เข้าทำสัญญาเช่าซื้อไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ก) การเช่าซื้อดังกล่าวจึงเท่ากับไม่ได้ทำเป็นหนังสือและเป็นโมฆะ สัญญาค้ำประกันสัญญาเช่าซื้อนั้นจึงไม่อาจมีขึ้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.681 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้มอบหมายให้นายจรูญ เลิศศิริ ผู้จัดการเข้าทำสัญญาให้เช่าซื้อโทรทัศน์กับจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันการชำระค่าเช่าหรือผิดสัญญาของจำเลยที่ ๑ เมื่อจำเลยที่ ๑ เช่าซื้อโทรทัศน์ไปแล้วได้ชำระค่าเช่าซื้อเพียงงวดเดียวแล้วก็ไม่ชำระ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ ๑ และให้จำเลยที่ ๑ ก็เพิกเฉยเสีย โจทก์ทวงถามให้จำเลยที่ ๒ ชำระ ก็ไม่ชำระ จึงต้องฟ้องขอให้ศาลบังคับ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่าสัญญาค้ำประกันไม่สมบูรณ์ โจทก์มีสิทธิฟ้องไม่เกิน ๘,๐๐๐ บาท โจทก์ผ่อนเวลาให้จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ยินยอม สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ไม่สมบูรณ์ และคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระและราคาวิทยุโทรทัศน์ ๔,๐๐๐ บาท ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทน จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าซื้อ กฎหมายบังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕๗๒ การแต่งตั้งตัวแทนเพื่อกิจการนั้นจึงต้องทำเป็นหนังสือด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๙๘ โจทก์ไม่มีหนังสือแต่งตั้งมอบหมายให้นายจรูญผู้จัดการเป็นตัวแทนมาแสดง จังรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์แต่งตั้งมอบหมายให้นายจรูญเป็นตัวแทนโจทก์เข้าทำสัญญาเช่าซื้อเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ของโจทก์กับจำเลยที่ และจะนำพยานบุคคลมาสืบแทนพยานเอกสารไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔(ก) การเช่าซื้อดังกล่าวจึงเท่ากับไม่ได้ทำเป็นหนังสือ จึงเป็นโมฆะ สัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ จึงไม่อาจจะมีขึ้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๑ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ เฉพาะจำเลยที่ ๒ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 685/2508 บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด โจทก์ นายมักร เจริญดี ที่ ๑ เรือเอกสรไชย สุชาติ ร.น. ที่ ๒ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด · จำเลย - นายมักร เจริญดี ที่ ๑ เรือเอกสรไชย สุชาติ ร.น. ที่ ๒
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุศย์ ขันธวิทย์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมงคล เชาวน์ดี · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 6/2475ฎีกา 149/2526ฎีกา 6801/2540ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 5712/2541ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 4432/2534ฎีกา 6848/2540ฎีกา 70/2518ฎีกา 158/2509ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 484/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา