⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 825/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 825/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อรถที่ลูกจ้างขับไปชนรถอื่นเพราะเหตุสุดวิสัย นายจ้างไม่ต้องรับผิดทั้งในฐานะนายจ้างและในฐานะผู้รับขนคนโดยสาร

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้าของรถ และจัดรถนั้นรับคนโดยสารนำเที่ยว เก็บค่าโดยสารคนละ 55 บาท และโจทก์เป็นผู้โดยสาร แสดงให้เห็นถึงสภาพแห่งข้อหาว่าจำเลยมีหน้าที่เป็นผู้รับขนคนโดยสารแล้ว เมื่อรถที่ลูกจ้างขับไปชนรถอื่นเพราะเหตุสุดวิสัย นายจ้างไม่ต้องรับผิดทั้งในฐานะนายจ้างและในฐานผู้รับขนคนโดยสาร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.634

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจกท์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของรถยนต์ เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๒ จำเลยที่ ๑ จัดรถยนต์ดังกล่าวรับคนโดยสารนำไปเที่ยวพระพุทธบาทสระบุรีเก็บค่าโดยสารคนละ ๕๕ บาท จำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้างขับรถของจำเลยที่ ๑ โจทก์เป็นผู้โดยสาร จำเลยที่ ๒ ขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ไปด้วยความประมาทชนรถยนต์บรรทุกซุง เป็นเหตุให้โจทก์บาดเจ็บสาหัส ขอให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและชั้นพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นผู้จัดรถนำเที่ยว และจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ประมาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าจำเลยต้องรับผิดในฐานะเป็นผู้รับขนคนโดยสารด้วยหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ถ้าโจทก์ประสงค์ให้จำเลยที่ ๑ รับผิดเพียงในฐานะนายจ้างสถานเดียว จะกล่าวในฟ้องเพียงว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของรถ จำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้างและขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ด้วยความประมาท ทำให้โจทก์เสียหาย ก็พอแล้ว ไม่จำต้องกล่าวถึงว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดรถคันดังกล่าวรับขนคนโดยสารค่าโดยสารคนละ ๕๕ บาทในลักษณะรับเหมาเท่ากันหมด และโจทก์โดยสารมาในรถคันนั้นด้วยการที่กล่าวเช่นนั้นก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงสภาพแห่งข้อหาในฐานะที่จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่เป็นผู้รับขนคนโดยสารด้วย โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้รับขนคนโดยสารอีกโสดหนึ่ง ต้องรับวินิจฉัยให้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น ตามฟ้องโจทก์อ้างว่าจำเลยที่ ๒ ประมาท แต่ข้อเท็จจริงนอกจากยังฟังไม่ได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดแล้ว ยังฟังได้ว่าการที่รถโดยสารถูกรถบรรทุกชนนั้น เป็นการนอกอำนาจของจำเลยที่ ๒ จะป้องกันได้ ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยของจำเลยที่ ๒ ด้วย จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดทั้งในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ ๒และในฐานะผู้รับคนโดยสาร พิพากษายืนในผลของคดี ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 825/2508 นายอาจิว แซ่ม้า โจทก์ นายสมัย คมกริช ที่ ๑ นายเต๊า มิตะวัน ที่ ๒ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอาจิว แซ่ม้า · จำเลย - นายสมัย คมกริช ที่ ๑ นายเต๊า มิตะวัน ที่ ๒
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายภักดิ์ บุณย์ภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายไสว เสนาขันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497ฎีกา 226/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา