คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกทรัพย์สินให้โดยเสน่หาและผู้รับได้เข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นแล้ว ถือว่าผู้รับได้ไปซึ่งการครอบครอง แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ก่อนผู้ให้ตาย ได้ยกที่ดินและบ้านเรือนให้ผู้รับเข้าครอบครองแล้ว แม้การยกให้จะมิได้จดทะเบียนก็ตาม ที่ดินรายนี้เป็นที่ดินมือเปล่า การที่ผู้ให้ยกให้ ถือได้ว่าเป็นการสละเจตนาครอบครองที่ดินและบ้านเรือน การครอบครองของผู้ให้ก็สิ้นลงและผู้รับซึ่งเป็นผู้รับโอนก็ได้ไปซึ่งการครอบครองนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยแบ่งมรดกให้โจทก์ จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ได้รับทรัพย์มรดกอย่างใดเลย
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกนางบุญธรรมเข้ามาเป็นจำเลยด้วย ศาลอนุญาต
นางบุญธรรมให้การว่า โจทก์ได้มอบทรัพย์มรดกของนายสอนให้นางบุญธรรมพร้อมด้วยนางปุก(ภรรยานายสอนและเป็นมารดาของโจทก์จำเลย นางปุกตายหลังนายสอนหนึ่งเดือน) และจำเลยกับญาติผู้ใหญ่ตามคำสั่งของนางสอนที่สังไว้ก่อนตาย นางบุญธรรมได้รับมอบและครอบครองมาปีกว่าแล้ว
ศาลชั้นต้นชี้สองสถานและเรียกนางบุญธรรมว่าผู้ร้องสอด แล้วสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย คงให้สืบพยานเฉพาะโจทก์กับผู้ร้องสอด แล้วพิพากษาให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา มีประเด็นขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย
ปัญหาข้อกฎหมายนี้สืบเนื่องมาจากข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า ก่อนนายสอนตายได้ยกที่นาและบ้านเรือนรวมทั้งทรัพย์ตามฟ้องให้แก่ผู้ร้องสอด ผู้ร้องสอดได้ทำนาที่รับยกให้นี้ร่วมกันมากับนายสอนและอยู่บ้านเรือนที่ได้รับยกให้นี้ร่วมกับนายสอน ยังได้ความต่อไปว่าเมื่อนายสอนตายแล้ว โจทก์จำเลยซึ่งเป็นทายาทก็ได้ตกลงยกทรัพย์พิพาทให้แก่ผู้ร้องสอด ผู้ร้องสอดได้เข้าทำนาและปกครองบ้านเรือนทั้งทรัพย์พิพาทซึ่งอยู่ในบ้านเรือนตลอดมาเป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้ว สำหรับสังหาริมทรัพย์นั้น ผู้ร้องสอดผู้รับก็ย่อมมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ส่วนที่ดินบ้านเรือนอันเป็นอสังหาริมทรัพย์นั้น เมื่อฟังข้อเท็จจริงว่า นายสอนได้ยกที่ดินบ้านเรือนให้แก่ผู้ร้องสอดเข้าครอบครองแล้ว แม้การยกให้จะมิได้จดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม ที่ดินรายนี้เป็นที่ดินมือเปล่าการที่เจ้าของยกให้แก่ผู้ร้องสอดนั้น ถือได้ว่าเป็นการสละเจตนาครอบครองที่ดินและบ้านเรือนให้แก่ผู้ร้องสอด การครอบครองของนายสอนก็สิ้นลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๗ และผู้ร้องสอดซึ่งเป็นผู้รับโอนก็ได้ไปซึ่งการครอบครองนั้นตามมาตรา ๑๓๗๘ และตามนัยฎีกาที่ ๑๑๐๑/๒๕๐๔
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2508
นางลอด ระงับจิต โจทก์
นางบุญโสม ช้างบุญทัด ที่ ๑ นายจันทร์ คำหอม ที่ ๒ นายสวัสดิ์ คำหอม ที่ ๓ จำเลย
นางบุญธรรม ชูประเสริฐ ผ.ร
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางลอด ระงับจิต · จำเลย - นางบุญโสม ช้างบุญทัด ที่ ๑ นายจันทร์ คำหอม ที่ ๒ นายสวัสดิ์ คำหอม ที่ ๓ · ผ.ร - นางบุญธรรม ชูประเสริฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | คร้าม สิวายะวิโรจน์ · วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจบ เสาวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา