⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 671/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 671/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ขายส่งมอบการครอบครองทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อตามสัญญาซื้อขาย แต่ผู้ซื้อผิดสัญญา ผู้ขายย่อมกลับเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นได้ และการครอบครองของผู้ซื้อในระหว่างที่ยังชำระราคาไม่ครบถ้วน ถือเป็นการครอบครองแทนผู้ขาย ผู้ขายจึงยังคงมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้น

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะเคยครอบครองที่ดิน น.ส. 3 ก. เลขที่ 3404 อันเป็นที่ดินพิพาทมาก่อนทำสัญญาซื้อขาย และเมื่อทำสัญญาซื้อขายแล้วจำเลยก็ส่งมอบที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ แต่เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทโดยไม่ชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2540 ตามสัญญา จำเลยก็กลับเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา แสดงว่าจำเลยไม่ได้มีเจตนาจะสละการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ในวันทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาท การครอบครองของโจทก์ดังกล่าวเป็นการครอบครองแทนจำเลย จำเลยจึงยังคงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1379

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวาร และขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ ๓๔๐๔ เลขที่ดิน ๗๔ ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธ์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยใช้ ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ใน ข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๑,๕๐๐ บาท โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า? ปัญหาที่ว่า โจทก์หรือจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท นั้น แม้โจทก์จะเคยครอบครองที่ดิน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๓๔๐๔ อันเป็นที่ดินพิพาทมาก่อน แต่เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทโดยไม่ชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งภายในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๐ จำเลยก็กลับเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตั้งแต่ ๒๕๔๑ เป็นต้นมา แสดงว่าจำเลยไม่ได้มีเจตนาสละการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ในวันทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาท การครอบครองของโจทก์ดังกล่าว เป็นการครอบครองแทนจำเลย จำเลยจึงยังคงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ ของโจทก์นั้น ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง จึงไม่วินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลฎีกาของโจทก์ทุกข้อ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๖๐๐ บาท แทนจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 671/2546 นายเทอม ศรีบัว โจทก์ นางทองมี เชยชมศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเทอม ศรีบัว · จำเลย - นางทองมี เชยชมศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · สุรพล เจียมจูไร · วิศณุ เลื่อมสำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธ์ - นายสุดสาคร เวชยชัย · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายวิบูลย์ นนทสูติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1101/2519ฎีกา 958/2493ฎีกา 6592/2537ฎีกา 448/2493ฎีกา 5564/2537ฎีกา 7725/2540ฎีกา 8551/2550ฎีกา 2971/2543ฎีกา 1188/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 1284/2497ฎีกา 6667/2542ฎีกา 485/2486ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 527/2536ฎีกา 3089/2537ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 1153/2501ฎีกา 1405/2515ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา