⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 882/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2508

ป.พ.พ. ม.204, 208, 213 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.240

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจะซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์ผิดสัญญา โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาอีกไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.208 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.208 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๐๖ จำเลยทำสัญญาจะแบ่งขายที่ดินของจำเลยให้โจทก์ราคา ๒,๐๐๐ บาท โจทก์วางมัดจำแล้ว ๕๐๐ บาท กำหนดชำระเงินให้หมดสิ้นในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๖ ถึงวันกำหนด โจทก์นำเงินไปชำระ จำเลยไม่รับ และไม่ยอมขายที่ดินขอให้บังคับให้จำเลยขายที่ดิน จำเลยให้การว่า ถึงกำหนดจำเลยได้เรียกโจทก์มา ได้เตือนให้โจทก์ให้โจทก์ไปอำเภอและชำระเงินที่ค้าง จำเลยจะจัดการทำนิติกรรมโอนให้โจทก์ โจทก์ขอผลัด จะชำระให้เดือน ๓ จำเลยไม่ยอมโจทก์ผิดนัด จำเลยมีสิทธิรับเงินมัดจำโจทก์ไม่ได้นำเงินไปชำระให้แก่จำเลย ถึงวันนัดสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ สั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า ตามคำให้การจำเลยถือได้เพียงว่าโจทก์ผิดสัญญา ซึ่งก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยที่จะบอกเลิกสัญญาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๖, ๓๘๗ แต่จำเลยไม่ได้บอกเลิกสัญญาแก่โจทก์ โจทก์จำเลยยังมีความผูกพันตามสัญญาที่ทำกันไว้ ส่วนสิทธิที่จะริบเงินมัดจำนั้น ต้องเป็นกรณีที่ได้มีเลิการสัญญากันแล้ว แต่จำเลยหาได้บอกเลิกสัญญาไม่ พิพากษาให้จำเลยขายที่ดินแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การจะบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา จะต้องพิจารณาว่า จำเลยละเลยไม่ชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๑๓ หรือไม่ จำเลยอ้างว่าโจทก์ผิดนัด จำเลยมีสิทธิริบมัดจำได้ตามมาตรา ๓๗๘ (๒) ไม่ใช่จะริบได้เมื่อบอกเลิกสัญญาเท่านั้น หากจะบังคับให้จำเลยโอนขายที่ดิน โจทก์จะต้องชำระหนี้ของตนตอบแทนตามมาตรา ๓๖๙ การวินิจฉัยคดีอยู่ที่ฝ่ายใดผิดสัญญา มิใช่อยู่ที่ความผูกพันตามสัญญาพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้สืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องคำให้การคดีมีประเด็นว่า โจทก์หรือจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา ซึ่งจำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดนัดผิดสัญญา เพราะไม่ชำระราคาซื้อที่ดินที่ค้างภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๖ ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ดังจำเลยต่อสู้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๐๔ ต้องฟังว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดนัดผิดสัญญา และตามมาตรา ๓๖๙ ต้องฟังว่าโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ค่าซื้อที่ดินที่ค้าง จำเลยยังไม่ต้องไปจัดการโอนที่ดินให้โจทก์เพราะสัญญาจะซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์ผิดสัญญา ต่อมาโจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาอีกไม่ได้ เพราะการชำระหนี้จะให้สำเร็จผลเป็นอย่างใด ลูกหนี้จะต้องขอปฏิบัติชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้เป็นอย่างนั้นโดยตรง ตามมาตรา ๒๐๘ วรรคแรก ทั้งฟังไม่ได้อีกว่าจำเลยได้ละเลยไม่ชำระหนี้ตามมาตรา ๒๑๓ คดีต้องสืบพยานคู่ความต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2508 นายพุฒ เปี่ยมมูล โจทก์ นายอินทร์ สินพรหม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพุฒ เปี่ยมมูล · จำเลย - นายอินทร์ สินพรหม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชิต บุณยประภัศร · คร้าม สิวายะวิโรจน์ · บุศย์ ขันธวิทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายชูเชิด รักตะบุตร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสม เภกะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 318-329/2525ฎีกา 2910/2526ฎีกา 533/2509ฎีกา 3483/2529ฎีกา 6190/2540ฎีกา 6100/2541ฎีกา 5352/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2690/2535ฎีกา 1698/2515ฎีกา 1216/2538ฎีกา 975/2543ฎีกา 5711/2541ฎีกา 7943/2549ฎีกา 4379/2540ฎีกา 3806/2549ฎีกา 1730/2520ฎีกา 1962/2548ฎีกา 1217/2530ฎีกา 2221/2553ฎีกา 558/2509ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 3375/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา