⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 890/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2508

ป.อาญา ม.1, 265, 266 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับรองแบบ ส.ค.1 โดยกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน เป็นเพียงการรับรองข้อความว่าถูกต้องและเป็นความจริงเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองว่าหนังสือ ส.ค.1 เป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ

ย่อคำพิพากษา

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยให้แจ้งการครอบครองที่ดินตามแบบ ส.ค.1 ต่อนายอำเภอท้องที่โดยมีกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านรับรองว่าข้อความถูกต้องและเป็นความจริงนั้น เป็นประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการไม่ใช่เป็นข้อกำหนดหน้าที่ของกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน การเซ็นชื่อรับรองดังกล่าวเป็นแต่เพียงพยานเท่านั้น ไม่ใช่รับรองว่าหนังสือนั้นเป็นเสมือนหนังสือราชการ ดังนั้น หนังสือ ส.ค.1 นี้จึงไม่ใช่เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ ถ้าหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ปลอมแบบ ส.ค.1 และได้ใช้ด้วยแล้ว ต้องลงโทษตามมาตรา 268 วรรค 2 กระทงเดียว (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 11/2508 เฉพาะปัญหาแรก)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.266 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.266 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจปลอมแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๙๑ โดยเติมคำว่า "นายอ้าย ขันคำ อายุ ๒๓ ปี เชื้อชาติไทย" และเขียนคำว่า "อ้าย" ทับชื่อคำว่า "ป้อ" และแก้เลขในช่องอายุจาก "๔๓" เป็น "๒๓" และเติมเลข "๐" ลงหลังเลข "๑" ตรงจำนวนเนื้อที่ดินจาก ๑ ไร่เป็น ๑๐ ไร่ เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารอันแท้จริง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖(๑), ๒๖๘ และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ ให้จำคุกจำเลย ๖ เดือน ลดรับกึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลย ๓ เดือน โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๖ ด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า หนังสือแจ้งการครอบครองที่ดินตามแบบ ส.ค.๑ เป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๖ ด้วย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑(๘) บัญญัติว่า "เอกสารราชการ" หมายความว่าเอกสารซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นหรือได้รับรองในหน้าที่ และให้หมายความรวมถึงสำเนาเอกสารนั้น ๆ ที่เจ้าพนักงานได้รับรองในหน้าที่ด้วย แบบแจ้งการครอบครองที่ดินที่โจทก์ฟ้องนี้เป็นเอกสารที่ผู้ครอบครองที่ดินทำยื่นต่อเจ้าพนักงานเพื่อแสดงว่ามีที่ดินอยู่ในความครอบครองของตนก่อนวันประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ไม่ใช่เอกสารที่เจ้าพนักงานทำขึ้น ตามที่โจทก์อ้างว่าได้มีประกาศของกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗ ข้อ ๑ กำหนดว่า ให้ผู้ครอบครองแจ้งการครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ ฯลฯ โดยมีกำนันผู้ใหญ่บ้านรับรองข้อความว่าถูกต้องตามความจริง จึงถือได้ว่าหนังสือแจ้งการครอบครองที่ดินที่จำเลยทำยื่นั้น มีกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้รับรองในหน้าที่แล้ว จึงเป็นเอกสารราชการ ได้พิเคราะห์ประกาศกระทรวงมหาดไทยตามที่โจทก์อ้างนั้นแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงประกาศแจ้งให้ผู้ครอบครอบและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันใช้บังคับประมวลกฎหมายที่ดินไปแจ้งการครอบครองตามหลักเกณฑืและวิธีการตามประกาศดังกล่าว ตามประกาศในข้อ ๑ ที่ว่า ให้ผู้ครอบครองที่ดินแจ้งการครอบครองที่ดิน ฯลฯ ตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดินแบบ ส.ค.๑ ท้ายประกาศนี้ โดยมีกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านรับรองข้อความว่าถูกต้องนั้น ก็เป็นประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ผู้แจ้งการครอบครองที่ดินปฏิบัติส่วนหนึ่ง ไม่ใช่เป็นประกาศกำหนดหน้าที่ของกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน การที่กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านเซ็นชื่อรับรองในหนังสือแจ้งการครอบครองที่ดินนั้น เป็นแต่เพียงพยาน ไม่ใช่รับรองว่าหนังสือนั้นเป็นเสมือนหนังสือราชการ มติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่าหนังสือแจ้งการครอบครองที่ดินแบบ ส.ค.๑ ตามฟ้องโจทก์ ไม่ใช่เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ นั้น ความปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารและเป็นผู้ใช้เอกสารนี้ด้วย ตามความในมาตรา ๒๖๘ วรรค ๒ บัญญัติให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ นี้แต่กระทงเดียว จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ กระทงเดียว นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2508 อัยการจังหวัดลำปาง โจทก์ นายอ้าย ขันคำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดลำปาง · จำเลย - นายอ้าย ขันคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 19357/2556ฎีกา 5246/2548ฎีกา 1209/2522ฎีกา 1603/2511ฎีกา 255/2529ฎีกา 3637/2559ฎีกา 17579/2555ฎีกา 9026/2553ฎีกา 415/2469ฎีกา 90/2468ฎีกา 6538/2562ฎีกา 456/2506ฎีกา 5088/2563ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 8475/2563ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 1400/2538ฎีกา 11320/2556ฎีกา 391/2509ฎีกา 414/2531ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 1908/2528ฎีกา 3935/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา