⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 902/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 902/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ได้มาในระหว่างสมรสกันก่อนจดทะเบียนหย่า ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่มีผลผูกพัน.

ย่อคำพิพากษา

สามีภริยาจดทะเบียนหย่อขาดกันที่อำเภอบันทึกหลังทะเบียนการหย่อที่ว่า ในเรื่องทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างการสมรส ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันเรียบร้อยก่อนมาจดทะเบียนหย่านั้น ถือได้ว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือสัญยาประนีประนอมยอมความในเรื่องทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยานั้นแล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1256 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1512

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยทำการสมรสกันเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๔๘๙ มีสินเดิมทั้งสองฝ่ายและอยู่กินเป็นสามีภรรยากันตลอดมา ต่อมาโจทก์จำเลยได้จดทะเบียนการหย่อในวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๔๙๗ แต่ยังไม่แยกจากกัน ยังคงอยู่กินเป็นสามีภรรยาครอบครองทรัพย์สินอันเป็นเจ้าของร่วมกันสืบต่มาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสใหม่ จนถึง พ.ศ. ๒๕๐๒ จึงแยกกันอยู่ โดยโจทก์ย้ายไปรับราชการต่างจังหวัด และให้บุตรสาวโจทก์ดูแลทรัพย์สินแทน จำเลยเป็นผู้เก็บเงินเดือนและรายได้ของโจทก์สะสมไว้ จนมีสินสมรสและทรัพย์สินอันเป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกึ่งหนึ่ง เป็นเงิน ๑๒๕,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่ง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์ตามบัญชีอันดับ ๒ ถึง ๙ ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากแบ่งกันไม่ได้ก็ให้ขายโดยประมูลราคากัน มิฉะนั้น ก็ให้จัดการขายทอดตลอด แล้วแบ่งส่วนให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า บันทึกหลังทะเบียนการหย่าซึ่งมีความว่า ในเรื่องทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างการสมรส ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันเรียบร้อยก่อนมาจดทะเบียนหย่านี้แล้วนั้น ถือได้ว่าเป็นหลักฐานเป็นหนังสือของสัญญาประนีประนอมยอมความในเรื่องทรัพย์สินระหว่างโจทก์จำเลย ใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๑ ทั้งข้อความแห่งบันทึกนี้ต้องตีความตามนัยแห่งมาตรา ๑๕๑๒(ก) ฉะนั้น ข้อความที่ว่า ได้ตกลวกันก่อนมาจดทะเบียน ย่อมแปลความได้ว่า โจทก์จำเลยมีเจตนาที่จะให้ความตกลงนี้เป็นผลของการหย่า ส่วนที่ว่าได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสมรส และการหย่า ก็ต้องตีความว่า ได้ตกลงแบ่งทรัพย์สินกันตามที่มีอยู่ในเวลาจดทะเบียนการหย่านั้นแล้ว และต่างจะไม่เรียร้องซึ่งกันและกันอย่างใดอีก จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 902/2508 นายพจน์ ปุษปาคม โจทก์ นางมนทนัถ ปุษปาคม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพจน์ ปุษปาคม · จำเลย - นางมนทนัถ ปุษปาคม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ห้วน ประชาบาล · อินท์ อุดล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายอาจิต ไชยาคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1864/2518ฎีกา 1342/2509ฎีกา 314/2510ฎีกา 9577/2552ฎีกา 1576/2526ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1052/2509ฎีกา 3555/2528ฎีกา 2355/2548ฎีกา 185/2566ฎีกา 1766-1767/2492ฎีกา 643/2497ฎีกา 888/2511ฎีกา 7051/2540ฎีกา 5438/2537ฎีกา 308/2509ฎีกา 293-294/2494ฎีกา 1892/2538ฎีกา 1280/2502ฎีกา 19/2504ฎีกา 1128/2506ฎีกา 2987/2517ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 8744/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา