⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1322/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การถอนฟ้องคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับคดีแพ่ง ไม่ทำให้คดีแพ่งระงับไปด้วย * ข้อตกลงระงับข้อพิพาทที่คู่ความทำไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาและลงชื่อไว้ ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ผูกพันคู่ความตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลมีอำนาจที่จะแยกการพิจารณาคดีอาญาออกจากคดีแพ่ง และพิพากษาคดีอาญาไปทีเดียว ส่วนคดีแพ่งจะพิพากษาในภายหลังก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 42 วรรค 2 ฉะนั้นการที่โจทก์ถอนฟ้องคดีส่วนอาญาไป จึงหาทำให้คดีส่วนแพ่งระงับไปด้วยไม่ โจทก์จำเลยได้ตกลงกันตามรายงานกระบวนพิจารณาลงว่าจำเลยขอชำระเงินตามฟ้องให้โจทก์เพียง 170,000 บาท โดยจะชำระให้เสร็จภายใน 6 เดือนโจทก์ตกลงด้วย ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่ให้เสร็จไปด้วยโจทก์จำเลยยอมผ่อนผันให้แก่กัน ศาลชั้นต้นได้จดข้อความแห่งข้อตกลงของคู่ความดังกล่าวไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาและคู่ความได้ลงชื่อไว้แล้ว ข้อตกลงนั้นจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 และ 851แล้ว สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวนี้หาจำเป็นที่ศาลจะต้องบันทึกลงไว้ในแบบพิมพ์สัญญายอมความเสมอไปไม่ ฉะนั้นเมื่อปรากฏว่าคู่ความได้ตกลงประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดี ไม่มีข้อเท็จจริงอื่นที่ศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้ว ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาคดีไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.35 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทุจริตหลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยมีที่ดินตกลงขายให้โจทก์ ๑๑๐,๐๐๐ บาท โจทก์มอบเงินมัดจำให้ ๗๑,๐๐๐ บาทจำเลยไม่สามารถมอบที่ดินให้โจทก์ได้ จำเลยยอมให้โจทก์เรียกค่าเสียหายเป็นค่าปรับ ๕ เท่าของมัดจำ โจทก์ขอเรียกค่าปรับค่าคืนมัดจำ ค่าเสียหาย รวม ๕๒๖,๐๐๐ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ และให้ใช้เงินจำนวนดังกล่าว ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ คู่ความตกลงกันว่าจำเลยจะชำระเงินให้โจทก์ ๑๗๐,๐๐๐ บาท ภายในกำหนด ๖ เดือนโดยจำเลยจะชำระให้โจทก์ครึ่งหนึ่งภายใน ๙๐ วัน ส่วนที่เหลือจะชำระอีกภายใน ๙๐ วัน ถ้าผิดนัดงวดแรกถือว่าผิดนัดทั้งหมด ศาลชั้นต้นได้จดรายงานข้อตกลงยินยอมของคู่ความไว้ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ เมื่อถึงกำหนดที่จำเลยจะต้องชำระเงินงวดแรก จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลว่าจำเลยไม่อาจนำเงิน ๘๕,๐๐๐ บาท มาชำระให้โจทก์ตามนัดได้เพราะในการประนีประนอมตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลนั้นจำเลยยังเข้าใจผิดในสารสำคัญของการประนีประนอมครั้งนั้นตามคำชี้แจงของทนายจำเลย จำเลยจึงขอถอนทนายจำเลยและขอเลื่อนคดีไปอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พฤติการณ์ของจำเลยส่อไปทำนองประวิงคดี รายงานกระบวนพิจารณาที่ศาลจดข้อตกลงยินยอมของคู่ความไว้ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาแล้ว คดีส่วนแพ่งเป็นอันยุติให้รอคดีไว้ฟังผลทางคดีอาญาต่อไป ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีส่วนอาญาศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต ส่วนคดีส่วนแพ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าคู่ความต่างตกลงยินยอมกันยุติไปแล้ว เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามข้อตกลง ถือว่าจำเลยผิดนัดไม่มีประเด็นจะต้องดำเนินคดีต่อไปให้จำหน่ายคดีอาญาเสีย แล้วพิพากษาว่า ข้อตกลงของคู่ความที่ศาลจดไว้ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๓๘ คดีแพ่งเป็นอันยุติแล้ว จำเลยไม่มีข้อโต้แย้งที่จะยกขึ้นหักล้างข้อความนั้นได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามบทกฎหมายจะต้องคิดดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัด พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยแก่โจทก์ ตั้งแต่วันที่๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๘ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งคดีส่วนอาญาและส่วนแพ่งหรืออีกนัยหนึ่งเป็นการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาคดีเช่นนี้ศาลย่อมมีอำนาจที่จะแยกการพิจารณาคดีอาญาออกจากคดีแพ่งและพิพากษาคดีอาญาไปทีเดียว ส่วนคดีแพ่งจะพิพากษาในภายหลังก็ได้ ตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๒ วรรค ๒ฉะนั้น การที่โจทก์ถอนฟ้องคดีส่วนอาญาไป จึงหาทำให้คดีส่วนแพ่งระงับไปด้วยตามฎีกาของจำเลยไม่ จำเลยฎีกาข้อต่อไปว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีส่วนแพ่งโดยพิเคราะห์คำฟ้องคำให้การและข้อตกลงของโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินโจทก์โดยมิได้มีการสืบพยานนั้น ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงกันตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ ว่า จำเลยขอชำระเงินตามฟ้องให้โจทก์เพียง ๑๗๐,๐๐๐ บาท โดยจะชำระให้เสร็จภายใน ๖ เดือนโจทก์ตกลงด้วย ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่ให้เสร็จไปด้วยโจทก์จำเลยยอมผ่อนผันให้แก่กัน ศาลชั้นต้นได้จดข้อความแห่งข้อตกลงของคู่ความดังกล่าวไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาและคู่ความได้ลงชื่อไว้แล้ว ข้อตกลงนั้นจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐และ ๘๕๑ แล้ว สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวนี้หาจำเป็นที่ศาลจะต้องบันทึกลงไว้ในแบบพิมพ์สัญญายอมความเสมอไปไม่ ฉะนั้น เมื่อปรากฏว่าคู่ความได้ตกลงประนีประนอมยอมความกัน ในประเด็นแห่งคดีไม่มีข้อเท็จจริงอื่นที่ศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้ว ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาคดีไปได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2511 นายวิเชียร พงศ์ประพันธ์สิริ โจทก์ นายงาม สละชั่ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิเชียร พงศ์ประพันธ์สิริ · จำเลย - นายงาม สละชั่ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ประสม เภกะสุต · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายขาบ รัตนวิจิตร · ศาลอุทธรณ์ - นางสุธี โรจนธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1656/2512ฎีกา 1415/2540ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 1979/2521ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1499/2531ฎีกา 898/2534ฎีกา 801/2503ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1280/2505ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 380/2530ฎีกา 5285/2537ฎีกา 8404/2540ฎีกา 2927/2540ฎีกา 816/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา