คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1101/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดความตายแก่ผู้อื่นโดยการทรมาน ทุบตี หรือกระทำด้วยวิธีการอันทารุณโหดร้าย ถือเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยทารุณโหดร้ายตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเองเป็นผู้ใช้มีดเชือดคอเด็กหญิงอายุ 5 ขวบถึงแก่ความตาย และจำเลยยังร่วมกับจำเลยอื่นกระทืบเด็กชายอายุ 8 เดือน ทั้งได้ใช้ผ้าอุดจมูกจนหายใจไม่ออกตาย นอกจากนี้ยังใช้ยาพิษกรอกปากกับใช้มีดเชือดคอมารดาของเด็กทั้งสองผู้ตายจนหลอดเสียงขาด เพื่อจะฆ่าให้ตายด้วย การกระทำของจำเลยดังกล่าวนี้จึงถือได้ว่าเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยกระทำทารุณโหดร้าย จำเลยย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้สมคบกันปล้นเอาสร้อยคอราคา ๑,๗๐๐ บาทของนางปทุมมา ด่านตระกูล ไป ในการปล้น จำเลยใช้ยาฆ่าแมลงรินใส่ถ้วยบังคับขืนใจกรอกเข้าไปในปากของนางปทุมมาใช้ไม้ตีทำร้ายนางปทุมมา ใช้มีดเชือดคอเด็กหญิงบุศราและนางปทุมมา เด็กหญิงบุศราถึงแก่ความตายและใช้ผ้าสำลีอุดปากเด็กชายปรัชญาจนถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐, ๒๘๙, ๒๘๘, ๘๓ และให้สั่งคืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์ด้วย
จำเลยที่ ๑ รับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ชั้นแรกปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เกือบหมดแล้วขอถอนคำให้การเดิม ขอรับสารภาพผิดตามโจทก์ฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๒๘๙ (๔, ๕, ๖, ๗), ๒๘๘ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙ อันเป็นบทหนัก ให้ประหารชีวิตจำเลยทุกคนเฉพาะตัวนายเชยจำเลยที่ ๑ และนางละม่อมจำเลยที่ ๒ รับสารภาพ มีประโยชน์แก่การพิจารณาเมื่อลดแล้วคงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒๐ ปี จำเลยที่ ๒ คงจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ ๓ ไม่มีเหตุอันควรลดโทษ คงให้ลงโทษประหารชีวิต
จำเลยที่ ๓ ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๔๕ ด้วย พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
จำเลยที่ ๓ ฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำผิดจริง ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าหากจะฟังตามพยานโจทก์ก็ลงโทษจำเลยถึงประหารชีวิตไม่ได้เพราะการกระทำของจำเลยไม่เป็นการทารุณโหดร้ายแต่อย่างใด นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๓ นี้เองเป็นผู้ใช้มีดเชือดคอเด็กหญิงบุศราถึงแก่ความตาย และจำเลยร่วมกันกระทืบเด็กชายปรัชญาใช้ผ้าอุดจมูกจนหายใจไม่ออกตาย และยังใช้ยาพิษกรอกปาก ใช้มีดเชือดคอนางปทุมมามารดาของเด็กทั้งสองผู้ตายจนหลอดเสียงขาดเพื่อฆ่าให้ตายด้วย การกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยกระทำทารุณโหดร้ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙(๕) บัญญัติไว้ อย่างไรก็ดี ศาลล่างทั้งสองยังฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยฆ่าผู้ตายในการปล้นทรัพย์ เป็นความผิดต้องตามมาตรา ๒๘๙ อนุมาตราอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งจำเลยมิได้โต้แย้ง และข้อเท็จจริงก็ฟังได้เช่นนั้น ความผิดของจำเลยจึงไม่พ้นมาตรา ๒๘๙ อันต้องระวางโทษประหารชีวิต พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1101/2509
อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายเชย งอกจันทึก ที่ 1
นางละม่อม สามสูงเนิน ที่ 2
นายน้อย แหลมไธสง ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · 1 - นายเชย งอกจันทึก ที่ · 2 - นางละม่อม สามสูงเนิน ที่ · จำเลย - นายน้อย แหลมไธสง ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์ · วงษ์ วีระพงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · ศาลอุทธรณ์ - นายสุพรรณ อยู่เกษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา