⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 32/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2510

ป.อาญา ม.59, 60, 68 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตผู้อื่น แม้จะอ้างว่าเป็นการป้องกันสิทธิของตน ก็ต้องไม่เกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น และต้องไม่เป็นการกระทำที่มุ่งต่อชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่นโดยตรง หากเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น หรือเป็นการกระทำที่มุ่งต่อชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่นโดยตรง ย่อมไม่ถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายเรียนหนังสืออยู่ที่วัดละหารซึ่งจำเลยเป็นครูอยู่ ทั้งเป็นเด็กหญิงและเป็นหลานของจำเลย มีบ้านอยู่ติดกับบ้านของจำเลย เมื่อจำเลยขึงลวดเส้ยเดียวและเล็กไว้ในบริเวณบ้านและปล่อยกระแสไฟฟ้าให้แล่นไปตามลวดนั้น เมื่อเวลาจวนสว่างผู้ตายเข้าไปในเขตรั้วบ้านจำเลย และมาถูกสายไฟฟ้าของจำเลยเข้าถึงแก่ความตาย ดังนี้ จึงถือไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการป้องกันสิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงมีความผิดฐานทำให้คนตายโดยไม่มีเจตนา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.390

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาจะทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บถึงตาย ได้ขึงลวดไว้รอบ ๆ บ้าน แล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าซึ่งมีกำลังดัน ๒๒๐ โวลท์ ต่อมาเด็กหญิงพยุงได้ไปกระทบถูกลวดแล้วกระแสไฟฟ้าได้แล่นเข้าสู่ร่างกาย เป็นเหตุให้เด็กหญิงพยุงได้ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำให้คนตายโดยไม่เจตนา พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐ คงจำคุกจำเลยไว้ ๔ ปี ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนและในกรณีเช่นคดีนี้ ศาลจะต้องพิจารณาเสมือนว่า ถ้าจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุในขณะเกิดเหตุจำเลยจะมีสิทธิกระทำร้ายเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือไม่ ในคดีนี้ผู้ตายเรียนหนังสืออยู่ที่วัดละหารซึ่งจำเลยเป็นครูอยู่ ผู้ตายเป็นเด็กหญิงและเป็นหลานของจำเลย และมีบ้านอยู่ติดกับบ้านของจำเลย เวลาจวนสว่างผู้ตายได้เข้าไปในเขตรั้วของจำเลย จำเลยย่อมไม่มีสิทธิทำร้ายผู้ตาย เมื่อจำเลยขึงลวดไว้ในบริเวณบ้านจำเลย และปล่อยกระแสไฟฟ้าให้แล่นไปตามลวดนั้น และผู้ตายมาถูกสายไฟฟ้าของจำเลยเข้าถึงแก่ความตาย จึงถือไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการป้องกันสิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2510 อัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายพิสิทธิ์ เอี่ยมจรูญ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนนทบุรี · ล. - นายพิสิทธิ์ เอี่ยมจรูญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · พจน์ ปุษปาคม · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายกฤติพล จริงจิตร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ เจริญกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 582/2468ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1666/2521ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2108/2536ฎีกา 239/2484ฎีกา 960/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา