⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1321/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1321/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทำการแทนผู้ขายที่อยู่ต่างประเทศในการทำสัญญาซื้อขายในประเทศไทย ต้องยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 76 ทวิ การประกอบกิจการขายในประเทศไทยโดยมีการประมูลปีละลำ ยังไม่ถือเป็นการประกอบหรือดำเนินการค้าในประเทศไทยตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขายที่อยู่ต่างประเทศให้ลงชื่อในสัญญาซื้อขายเรือขุดให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย การที่โจทก์ลงชื่อในสัญญาซื้อขายแทนผู้ขายย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้กระทำการแทนในการทำสัญญาขายนั้นแล้ว จึงต้องยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 76 ทวิ เมื่อโจทก์มิได้ยื่นรายการตามมาตรา 71(1) เจ้าพนักงานประเมินจึงประเมินเอาได้จากยอดรายรับหรือยอดขายก่อนหักรายจ่าย แม้ผู้ขายเรือขุดจะได้ประกอบกิจการในประเทศไทยแต่เมื่อผู้ขายมีการค้าและสถานที่ทำการค้าอยู่ในต่างประเทศเพียงแต่ประกอบกิจการขายเรือขุด 2 ลำในประเทศไทยโดยมีการประมูลปีละลำ ยังไม่เป็นการประกอบหรือดำเนินการค้าในประเทศไทยตามประมวลรัษฎากรมาตรา 78 โจทก์ผู้ทำการแทนจึงไม่ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีเทศบาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.71 ประมวลรัษฎากร ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นตัวแทนห้างหุ้นส่วน ไอ.เอช.ซี.ฮอลแลนด์ ในประเทศฮอลันดาเพียงเพื่อเซ็นสัญญาขายเรือขุดให้กับการท่าเรือแห่งประเทศไทย โจทก์ได้รับบำเหน็จค่านายหน้าเล็กน้อยและได้เสียภาษีแล้ว แต่เจ้าพนักงานประเมินภาษีของจำเลยได้เรียกเก็บภาษีเงินได้จากโจทก์ ๑ ๑,๑๕๒, ๑๕๓.๖๙ บาท ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล ๖๐๑,๘๒๓.๘๗ บาท ภาษีเพิ่มร้อยละ ๒๐ โจทก์อุทธรณ์ กรรมการของจำเลยวินิจฉัยให้ยกเว้นภาษีเพิ่ม คงให้โจทก์ชำระภาษี ๑,๗๕๓,๙๗๗.๕๖ บาท โจทก์เห็นว่าโจทก์ไม่ต้องรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๖ ทวิ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีตามที่เรียกร้อง ให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ จำเลยให้การว่า คำสั่งเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ในกรณีภาษีเงินได้เจ้าหน้าที่ประเมินชอบแล้ว ส่วนในกรณีภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล คำชี้ขาดของจำเลยไม่ชอบ ให้เพิกถอน โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ได้รับมอบอำนาจจากผู้ขายที่อยู่ต่างประเทศให้ลงชื่อในสัญญาซื้อขายที่ได้ทำขึ้นในประเทศไทย การที่โจทก์ลงชื่อในสัญญานั้นแทนผู้ขาย ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำการแทน ไม่จำต้องส่งสินค้ามาให้โจทก์วางขาย โจทก์ได้ชื่อว่าเป็นผู้กระทำการแทนในการทำสัญญาขายนั้นแล้ว การกระทำของโจทก์ในชั้นนี้จึงไม่มีทางที่จะเถียงว่าโจทก์เป็นแต่เพียงนายหน้า การที่ห้างร้านในต่างประเทศขายสินค้าที่ตนค้าโดยทำสัญญาซื้อขายขึ้นในประเทศไทย ก็ได้ชื่อว่าเป็นการประกอบกิจการในประเทศไทย หาจำต้องนำของมาวางเสนอขายในประเทศไทยจนเป็นปกติธุระไม่ ประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๖ ทวิมิได้ใช้คำว่า ประกอบการค้า ดังเช่นมาตรา ๗๘ การประกอบกิจการกับการประกอบการค้าจึงมีความหมายต่างกันในวัตถุแห่งการประกอบการ ส่วนข้อที่โจทก์ว่าไม่ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทยจากกิจการที่ประกอบนั้น การที่ผู้ซื้อต้องชำระราคาแก่ผู้ขายตามสัญญาซื้อขาย ก็ได้ชื่อว่าเป็นการได้รับเงินได้ในประเทศไทยแล้ว มิได้หมายความถึงกับว่าต้องหักรายจ่ายออกเหลือแต่กำไรอย่างเดียว โจทก์มิได้ยื่นรายการตามมาตรา ๗๑(๑) เจ้าพนักงานประเมินจึงประเมินเอาได้จากยอดรายรับหรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายการประเมินของเจ้าพนักงานจึงชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่มีปัญหาว่าการขายเรือขุดผู้ขายต้องขาดทุนจริงหรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีเทศบาลด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ ไอ.เอช.ซี.ฮอลแลนด์ ผู้ขายเรือขุดสันดอนจะได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ผู้ขายก็มีการค้าและสถานที่ทำการค้าอยู่ในต่างประเทศ เพียงแต่ประกอบกิจการขายเรือขุดสันดอน ๒ ลำในประเทศไทยโดยมีการประมูลปีละลำ ยังไม่เป็นการประกอบหรือดำเนินการค้าในประเทศไทยตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๘ เมื่อ ไอ.เอช.ซี.ฮอลแลนด์มิได้เป็นผู้ประกอบหรือดำเนินการค้าในประเทศไทย โจทก์ผู้ทำการแทนจึงถือเป็นผู้ประกอบการค้าไปด้วยไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1321/2509 บริษัทยิบอินซอย จำกัด (โดยนายยล สมานนท์ กรรมการ) โจทก์ กรมสรรพากร (โดยนายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดี) ที่ 1 นายหิรัญ สูตะบุตร ที่ 2 นายทวี พฤกษะวัน ที่ 3 นายธรรมคามน์ โภวาที ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทยิบอินซอย จำกัด (โดยนายยล สมานนท์ กรรมการ) · 1 - กรมสรรพากร (โดยนายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดี) ที่ · 2 - นายหิรัญ สูตะบุตร ที่ · 3 - นายทวี พฤกษะวัน ที่ · จำเลย - นายธรรมคามน์ โภวาที ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส · ไฉน บุญยก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายประพนธ์ ศาตะมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 995/2540ฎีกา 2539/2534ฎีกา 8273/2551ฎีกา 5890/2539ฎีกา 5528/2534ฎีกา 2638/2530ฎีกา 8923/2544ฎีกา 5775/2539ฎีกา 2303/2533ฎีกา 258/2530ฎีกา 4275/2560ฎีกา 2131/2537ฎีกา 4926/2533ฎีกา 2382/2534ฎีกา 4602/2531ฎีกา 8327/2544ฎีกา 520/2525ฎีกา 310/2525ฎีกา 1899-1901/2520ฎีกา 1817-1818/2516ฎีกา 1808/2542ฎีกา 3595/2534ฎีกา 665/2523ฎีกา 2169/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา