⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1451/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2509

ป.พ.พ. ม.165, 172, 306 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* หนังสือรับสภาพหนี้ไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ * หนี้ขององค์การ อ.จ.ส. ที่เกิดจากการค้ามีอายุความ 2 ปี

ย่อคำพิพากษา

หนังสือสัญญารับใช้เงิน มีข้อความแสดงอยู่ชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้ค่าซื้อสินค้าโจทก์อยู่จริง และรับว่าคงค้างชำระอยู่ 2 จำนวน คือ 19,436.61 บาท และ 8,043 บาท ขอผัดชำระไป 6 เดือน ไม่มีข้อความตอนใดแสดงให้เห็นว่าจะให้มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในหนี้เดิมอย่างใด จึงเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ ไม่ใช่แปลงหนี้ใหม่ องค์การ อ.จ.ส. โจทก์จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดซื้อและจำหน่ายสินค้า พ.ศ. 2497 ซึ่งบัญญัติให้ดำเนินการค้าได้ เมื่อองค์การโจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยในฐานะเป็นพ่อค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) ซึ่งมีอายุความ 2 ปี ตามฟ้องกล่าวว่า จำเลยชำระหนี้ครั้งสุดท้าย เมื่อเดือนสิงหาคม 2501 แม้นับอายุความใหม่ตั้งแต่วันชำระหนี้ครั้งสุดท้าย อันเป็นวันถือว่าจำเลยรับสภาพหนี้ตามมาตรา 172 จนถึงวันที่ 5 มีนาคม 2507 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ฟ้องก็เกิน 2 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.306 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1243

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.306 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จดตั้งองค์การจัดซื้อสิ่งของเพื่อบรรเทาทุกข์และบูรณะความเสียหายของประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดซื้อและจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของอื่น ๆ อันจำเป็นแก่การครองชีพของประชาชน ให้มีปริมาณเพียงพอที่จะบรรเทาทุกข์ราษฎร และเพื่อให้การครองชีพกลับคืนอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต่อมาให้เรียกชื่อว่า องค์การจัดซื้อและขายสินค้า) (อ.จ.ส.) และต่อมาวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๙๗ มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การซื้อและขายสินค้า พ.ศ. ๒๔๙๗ รับโอนทรัพย์สิน สินทรัพย์ สิทธิ ความรับผิด ธุรกิจขององค์การจัดซื้อและจำหน่ายสินค้ามาทั้งหมด มีวัตถุประสงค์ที่จะอำนวยบริการแก่รัฐและประชาชนในการจัดการจำหน่ายเครื่องอุปโภค เครื่องมือ เครื่องใช้ และสรรพสินค้าต่าง ๆ กับพาณิชยกรรม เพื่อประโยชน์ในการเศรษฐกิจของชาติและช่วยเหลือในการครองชีพ ต่อมาวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๐๓ มีพระราชกฤษฎีกาให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาและองค์การดังกล่าว คณะรัฐมนตรีมีมติให้ตั้งผู้ชำระบัญชี เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๔๙๓ จำเลยทำสัญญากับโจทก์เป็นเอเย่นต์จำหน่ายสินค้าของโจทก์ โดยรับสรรพสินค้าจากโจทก์ไปขาย และจัดส่งเงินเพื่อชำระราคา เดือนละ ๑ ครั้ง จำเลยซื้อสินค้าเช่น เสื้อผ้า ด้าย หลอดไฟฟ้า ฯลฯ ไปจำหน่าย ไม่สามารถชำระหนี้ให้หมดสิ้นไปได้ ในวันที่ ๒ เมษายน ๒๔๙๙ โจทก์จำเลยทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่ เป็นสัญญารับใช้เงิน มีเงื่อนไขยอมให้จำเลยผลัดชำระให้เสร็จสิ้นใน ๖ เดือน รวม ๒๗,๔๗๙.๖๑ บาท จำเลยชำระครั้งสุดท้ายเมื่อสิงหาคม ๒๕๐๑ รวมที่ค้าง ๒๐,๘๗๙.๖๑ บาท โจทก์ทวงถาม จำเลยไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับให้ชำระพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ทำสัญญากับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสุมนพาณิชย์ จำเลยไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ฟ้องเคลือบคลุม สัญญาที่ทำรับใช้เงินค่าซื้อสินค้า ไม่ใช่สัญญาแปลงหนี้ใหม่เพราะไม่ได้เปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญ คดีขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๕ เพราะมิได้ฟ้องภายใน ๒ ปี นับแต่วันรับสินค้า หรือนับแต่วันทำสัญญารับใช้หนี้หรือนับแต่วันชำระหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อสิงหาคม ๒๕๐๑ ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน เห็นว่าคดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕(๑) ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า (๑) หนังสือสัญญารับใช้เงินลงวันที่ ๒ เมษายน ๒๔๙๙ มีข้อความแสดงอยู่ชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้ค่าซื้อสินค้าโจทก์อยู่จริง และรับว่าคงค้างชำระหนี้อยู่ ๒ จำนวน คือ ๑๙,๔๓๖.๖๑ บาท และ ๘,๐๔๓ บาท ขอผลัดชำระไป ๖ เดือน จึงเป็นแต่เพียงการยอมรับรองโดยชัดแจ้งต่อโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ว่าตนเป็นลูกหนี้แต่เดิมมาตามจำนวนนั้นจริง ๆ จะชำระหนี้ให้โดยขอเวลา ๖ เดือน ไม่มีข้อความตอนใดในหนังสือดังกล่าวนี้ที่แสดงให้เห็นว่าจะให้มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในหนี้เดิมอย่างใดเลย หนังสือนี้เป็นหนังสือรับสภาพหนี้ ไม่ใช่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ ๒. ปัญหามีว่า โจทก์เป็นพ่อค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕(๑) หรือไม่ เห็นว่า องค์การโจทก์จัดตั้งขึ้น โดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดซื้อและจำหน่ายสินค้า พ.ศ. ๒๔๙๗ ตามมาตรา ๖ ระบุว่า มีวัตถุประสงค์ ๑. อำนวยบริการแก่รัฐและประชาชนในการจัดหาและจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องมือ เครื่องใช้ และสรรพสินค้าต่าง ๆ ๒. ประกอบพาณิชยกรรมเพื่อประโยชน์ในการเศรษฐกิจของชาติ และช่วยเหลือในการครองชีพ มาตรา ๗ บัญญัติว่าเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวในมาตรา ๖ ให้มีอำนาจรวมถึง ฯลฯ ๓. ทำการค้าเกี่ยวกับการพิมพ์ ฯลฯ ๗. ร่วมการงานหรือสมทบกับบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์แห่งกิจการ อ.จ.ส.รวมทั้งการเข้าหุ้นส่วนหรือถือหุ้นส่วนหรือนิติบุคคลใด ๆ โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี ฯลฯ ๙.กระทำกิจการอื่นใดที่เกี่ยวกับกิจการค้า หรือที่ต่อเนื่องหรือใกล้เคียง และมาตรา ๑๒ ว่า ในปีหนึ่ง ๆ เมื่อได้หักราคาทุนของสินค้าที่ได้จำหน่ายและหักค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินกิจการ ฯลฯ เหลือกำไรสุทธิเท่าใด ให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ ฯลฯ จึงเห็นว่า พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้บัญญัติให้โจทก์ดำเนินการค้าได้ คดีนี้โจทก์ก็เป็นเจ้าหนี้จำเลยในฐานะเป็นพ่อค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕(๑) ซึ่งมีอายุความ ๒ ปี ตามฟ้องกล่าวว่า จำเลยชำระหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อสิงหาคม ๒๕๐๑ ฉะนั้น แม้จะเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่จำเลยชำระหนี้ครั้งสุดท้าย อันถือว่าจำเลยรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ จนถึงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ฟ้องก็เกิน ๒ ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2509 องค์การจัดซื้อและจำหน่ายสินค้า (อ.จ.ส.) โดย ม.ร.ว. ทองแท่ง ทองแถม ประธานกรรมการผู้ชำระบัญชี อ.จ.ส. ผู้ได้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินคดี ทางศาลจากคณะกรรมการผู้ชำระบัญชี อ.จ.ส. โจทก์ นายสมบูรณ์ วีราภิรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความทองแถม - องค์การจัดซื้อและจำหน่ายสินค้า (อ.จ.ส.) โดย ม.ร.ว. ทองแท่ง · ผู้ได้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินคดี - ประธานกรรมการผู้ชำระบัญชี อ.จ.ส. · โจทก์ - ทางศาลจากคณะกรรมการผู้ชำระบัญชี อ.จ.ส. · จำเลย - นายสมบูรณ์ วีราภิรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ม.ร.ว.ทองเพิ่ม ทองแถม · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ เพชร์ชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา