⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1628/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1628/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเก็บทรัพย์สินหายแล้วเอาไปโดยเจตนาทุจริต ถือเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหายซึ่งผู้เก็บได้ แม้ข้อเท็จจริงจะแตกต่างกับฟ้องในข้อหาลักทรัพย์ ก็สามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานยักยอกได้

ย่อคำพิพากษา

เจ้าทรัพย์เอาเงินเหน็บไว้ชายผ้าแล้วเดินไปธุระ จำเลยเดินมาตามถนนพบธนบัตรตกอยู่ก็เก็บเอาเสีย เจ้าทรัพย์พอรู้สึกว่าเงินที่เหน็บไว้หายไป ก็รีบไปดูตามทางเพราะไม่รู้ว่าตกที่ไหน ไปสอบถามจำเลยว่าเห็นเงินตกตามทางบ้างไหม จำเลยปฏิเสธ ดังนี้ เห็นว่า ตอนจำเลยเก็บเงินไปนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นของใครและก็ไม่รู้ว่าเจ้าของกำลังติดตามอยู่ ฉะนั้น เมื่อจำเลยเก็บเงินตกกลางทางได้ และเอาเป็นประโยชน์ของตนเสียโดยเจตนาทุจริต เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหายซึ่งจำเลยเก็บได้ ฟ้องว่าจำเลยลักเงิน ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเก็บเงินตกกลางทางได้ และเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัว โดยเจตนาทุจริตอันเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหายซึ่งจำเลยเก็บได้ ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องอันเป็นสารสำคัญของคดีลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามฟ้องไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักเอาเงิน ๘๒ บาทของนางศรีไปโดยทุจริตขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๔ ให้จำคุกจำเลย ๑ เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๘๒ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในสารสำคัญของคดี พิพากษากลับเป็นให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงได้ความว่า เจ้าทรัพย์เอาเงิน ๘๒ บาทเหน็บไว้ที่ชายผ้าแล้วเดินไปธุระที่บ้านพี่สาว จำเลยเดินมาตามถนนพบธนบัตรตกอยู่กลางถนน ก็เก็บไว้ ฝ่ายเจ้าทรัพย์รู้สึกตัวว่าเงินหายไป ก็รีบไปดูตามทางที่ผ่านไป ไปสอบถามจำเลยว่าเห็นเงินตกตามทางบ้างไหม จำเลยปฏิเสธ ศาลฎีกาเห็นว่า เจ้าทรัพย์ไม่รู้ว่าเงินตกตรงไหน ตอนจำเลยเก็บเงินไปนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นของใครและไม่รู้ว่าเจ้าทรัพย์กำลังติดตามอยู่ ฉะนั้น เมื่อจำเลยเก็บเงินตกกลางทางได้และเอาเป็นประโยชน์ของตนเสียโดยเจตนาทุจริต เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหายซึ่งจำเลยเก็บได้ตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องที่กล่าวว่าจำเลยลักทรัพย์อันเป็นสารสำคัญของคดี จึงลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามฟ้องไม่ได้ดังบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๙๒ วรรค ๒ ที่แก้ไขใหม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1628/2509 อัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นางจอมศรี กรมณี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสกลนคร · ล. - นางจอมศรี กรมณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายสุนทร จันทรศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา