⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1759/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จะสมบูรณ์เมื่อได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วเท่านั้น หากยังไม่ได้จดทะเบียน ผู้ซื้อย่อมไม่มีสิทธิใดๆ ในอสังหาริมทรัพย์นั้น และเจ้าหนี้ของผู้ขายย่อมมีสิทธินำทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทเป็นที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 มาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 4 แม้ผู้ร้องจะได้ซื้อที่พิพาทไว้จากจำเลย แต่ก็มิได้จดทะเบียนการซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่พิพาทจึงยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยอยู่ โจทก์ย่อมมีสิทธินำยึดที่พิพาทนี้จากจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ จะนำบทบัญญัติเรื่องการครอบครองที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 มาใช้บังคับไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าโจทก์ได้นำยึดที่ดินของผู้ร้องซึ่งผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย ที่แปลงนี้ไม่มีหนังสือสำคัญ ผู้ร้องได้ครอบครองมาโดยสงบและเปิดเผยนานกว่า ๑ ปีแล้ว จึงได้สิทธิครอบครองขอให้ศาลสั่งถอนการยึด โจทก์ต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ผู้ร้องกับจำเลยสมคบกันฉ้อโกงโจทก์มิได้ซื้อขายกันจริง การซื้อขายระหว่างผู้ร้องกับจำเลยมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ยันโจทก์ไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นที่ไม่มีหนังสือสำคัญ ผู้ร้องได้ทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยและได้ครอบครองมากว่า ๑ ปีแล้ว จึงได้สิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ ให้ปล่อยทรัพย์พิพาทจากการยึดทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่พิพาทเป็นที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ แม้จำเลยจะได้ทำสัญญาขายให้ผู้ร้องครอบครองมาเกิน ๑ ปีแล้วก็ตาม เมื่อมิได้จดทะเบียนการซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สวนพิพาทจึงยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธินำยึดทรัพย์ได้ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าที่พิพาทเป็นที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ มาก่อนปี ๒๔๗๕ ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๔ ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะได้ซื้อที่พิพาทไว้จากจำเลย ก็ไม่ทำให้ผู้ร้องมีสิทธิขอถอนการยึดทรัพย์รายนี้ พิพากษายืน ยกฎีกาผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2509 นายคลัง แซ่โหล่ยหรืออารยะเพ็ชร์วงศ์ โจทก์ นางคูณ คงโคกแฝก ล. นายแรม หอพิกลาง ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคลัง แซ่โหล่ยหรืออารยะเพ็ชร์วงศ์ · ล. - นางคูณ คงโคกแฝก · ผู้ร้อง - นายแรม หอพิกลาง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิคม ชัยอาญา · ยง เหลืองรังษี · ทองคำ จารุเหติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายสง่า ผลฉาย · ศาลอุทธรณ์ - นายอัศนีย์ เกาไศยนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1709-1710/2519ฎีกา 1216/2538ฎีกา 1712/2539ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1578/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา