⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 306/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาประนีประนอมยอมความที่ระบุให้คู่กรณีฝ่ายหนึ่งงดเว้นการฟ้องคดีอาญา ถือว่าข้อตกลงนั้นแยกส่วนได้ และสัญญาประนีประนอมยอมความยังคงสมบูรณ์ 2. การปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความด้วยการทำสัญญาซื้อขายที่ดิน ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกสัญญาประนีประนอมยอมความเดิม

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อระงับคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องจำเลยฐานฉ้อโกงและมีข้อความตอนหนึ่งว่าจำเลยยินยอมไม่ฟ้องคดีอาญาอันเนื่องมาจากการที่โจทก์ฟ้องคดีอาญาเรื่องฉ้อโกงนั้น ถือว่าข้อความตอนนี้เป็นส่วนที่พึงสันนิษฐานได้ว่าคู่กรณีเจตนาจะแยกส่วนนี้ออกหากจากส่วนอื่นได้ สัญญาประนีประนอมยอมความนี้จึงสมบูรณ์ สัญญาซื้อขายที่ดินที่ทำขึ้นอันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องทำสัญญาขึ้นใหม่เปลี่ยนแปลงยกเลิกเงื่อนไขในสัญญาประนีประนอมยอมความเดิม สัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่ระงับ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.135 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความและจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จึงขอให้ร่วมกันใช้เงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่าสัญญายอมความทำขึ้นเพื่อระงับข้อพิพาทในคดีอาญา และข้อความมีเงื่อนไขอันจะสำเร็จได้หรือไม่สุดแล้วแต่ใจของโจทก์ จึงเป็นโมฆะ และจำเลยมิได้ผิดสัญญาจึงไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีการเฉพาะเรื่องดอกเบี้ยว่าไม่ต้องรับผิดเพราะสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นสัญญาระงับข้อพิพาทในคดีอาญาอันเป็นทั้งความผิดส่วนตัวและความผิดต่ออาญาแผ่นดิน เป็นโมฆะ และจำเลยกับภริยาโจทก์ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินใหม่ เงื่อนไขตามสัญญายอมความจึงระงับไปด้วยการแปลงหนี้ใหม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีอาญาที่โจทก์จำเลยเป็นความกันอยู่ในขณะทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นเรื่องฉ้อโกงอันเป็นความผิดซึ่งยอมความกันได้ และข้อความในสัญญายอมความ ข้อ ๗ ที่ว่า จำเลยยินยอมไม่ฟ้องคดีอาญาอันเนื่องมาจากการที่โจทก์ฟ้องคดีอาญาเรื่องฉ้อโกงนั้น เป็นส่วนที่พึงสันนิษฐานได้ว่าคู่กรณีได้เจตนาที่จะแยกส่วนนี้ออกหากจากกันได้ สัญญายอมความนั้นจึงสมบูรณ์ การทำสัญญาซื้อขายที่ดินกันนั้น ก็เป็นการที่โจทก์ปฏิบัติตามสัญญายอมความข้อ ๑ ไม่ใช่เป็นเรื่องทำสัญญาขึ้นใหม่เปลี่ยนแปลงยกเลิกเงื่อนไขในสัญญายอมความ สัญญายอมความเดิมจึงมิได้เปลี่ยนแปลงยกเลิกหรือระงับไป จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงต้องเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2509 นายชอุ่ม หริศวร โจทก์ นางประภา ศรีวัฒนกุล ที่ 1 , นายสิทธิ ศรีวัฒนกุล ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชอุ่ม หริศวร · จำเลย - นางประภา ศรีวัฒนกุล ที่ 1 , นายสิทธิ ศรีวัฒนกุล ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสวัสดิ์ ภู่งาม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5753/2531ฎีกา 3245/2534ฎีกา 6631/2568ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1490/2538ฎีกา 548/2522ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 9649/2555ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 3024/2528ฎีกา 953/2505ฎีกา 3053/2527ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 174/2538ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา