⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 554/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 554/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงให้ผู้ถูกหลอกลวงส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ตนเอง โดยอ้างเหตุอันเป็นเท็จ ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับสิบตำรวจโทสำเนียงและสิบตำรวจเอกเหม กลับจากงานบวชนาคด้วยกัน เมื่อไปถึงทุ่งนา สิบตำรวจโทสำเนียงบอกว่าจะไปถ่ายเพราะปวดท้อง จึงมอบปืนไว้กับสิบตำรวจเอกเหม แล้วสิบตำรวจโทสำเนียงก็เดินไปโดยจำเลยเดินตามไปด้วย สิบตำรวจเอกเหมไปคุยอยู่กับพรรคพวก จำเลยได้กลับมาหาสิบตำรวจเอกเหมและเอาความเท็จบอกว่าสิบตำรวจโทสำเนียงให้มาเอาปืนจะไปธุระ สิบตำรวจเอกเหมเห็นว่าจำเลยกับสิบตำรวจโทสำเนียงเจ้าของปืนเป็นเพื่อนกัน จึงหลงเชื่อตามคำหลอกลวงของจำเลยและมอบปืนให้จำเลยไป ดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงอยู่ในลักษณะที่เห็นได้ว่าจำเลยหลอกลวงให้สิบตำรวจเอกเหมหลงเชื่อจนได้ปืนไปจากสิบตำรวจเอกเหมผู้ถูกหลอกลวง ฉะนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341. (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2509)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้มีเจตนาทุจริต ใช้อุบายหลอกลวงสิบตำรวจเอกเหมด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยจำเลยใช้อุบายหลอกลวงว่าสิบตำรวจโทสำเนียงเจ้าของอาวุธปืนให้มาเอาปืนซึ่งฝากไว้กับสิบตำรวจเอกเหมเพื่อจะไปธุระ อันเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ความจริงสิบตำรวจโทสำเนียงมิได้ใช้ให้จำเลยเอาอาวุธปืนดังกล่าวจากสิบตำรวจเอกเหม เป็นเหตุให้สิบตำรวจเอกเหมหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลย จึงได้มอบอาวุธปืนให้จำเลยไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่มีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งเขียนความเห็นแย้งว่าสิบตำรวจโทสำเนียงมิได้ฝากปืนกับสิบตำรวจเอกเหม เป็นแต่มอบให้ยึดถือรักษาไว้ชั่วขณะหนึ่งระหว่างที่สิบตำรวจโทสำเนียงไปทำกิจส่วนตัวอยู่ใกล้ ๆ การครอบครองปืนยังอยู่กับสิบตำรวจโทสำเนียง ฉะนั้น จึงเห็นได้ชัดว่าจำเลยเอาปืนไปจากสิบตำรวจเอกเหม จะด้วยอุบายหลอกลวงอย่างใด ก็เป็นแต่อุบายเพื่อเอาทรัพย์ไปจากความครอบครองของสิบตำรวจโทสำเนียงซึ่งต้องถือว่ายังเป็นผู้ครอบครองปืนอยู่ในขณะนั้น โดยจำเลยก็รู้ข้อเท็จจริงนี้ดีอยู่ ไม่ใช่เอาไปจากความครอบครองของสิบตำรวจเอกเหม การเอาไปจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เพราะมิได้หลอกลวงสิบตำรวจโทสำเนียงผู้ครอบครองทรัพย์นั้นแต่ประการใด จึงเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ ข้อ ๑ จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แต่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานฉ้อโกง เมื่อข้อเท็จจริงในทางพิจารณาต่างกับฟ้อง ศาลชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้ว ทางพิจารณาฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติได้ว่า สิบตำรวจโทสำเนียงและสิบตำรวจเอกเหมไปในงานบวชนาค เมื่อกินเลี้ยงเสร็จแล้ว เมื่อเวลาประมาณ ๒๑ นาฬิกา สิบตำรวจโทสำเนียงสิบตำรวจเอกเหมและจำเลยพากันไปทางทุ่งนา สิบตำรวจโทสำเนียงบอกสิบตำรวจเอกเหมว่าจะไปถ่ายเพราะปวดท้อง และมอบปืนไว้กับสิบตำรวจเอกเหม แล้วสิบตำรวจโทสำเนียงก็เดินไปโดยจำเลยเดินตามไปด้วย เดินไปได้ประมาณ ๔ - ๕ วา สิบตำรวจโทสำเนียงก็แยกไปถ่าย สิบตำรวจเอกเหมได้ไปคุยอยู่กับพรรคพวก จำเลยได้กลับมาหาสิบตำรวจเอกเหมและบอกว่าสิบตำรวจโทสำเนียงให้มาเอาปืนจะไปธุระ สิบตำรวจเอกเหมหลงเชื่อเพราะจำเลยเป็นเพื่อนกับสิบตำรวจโทสำเนียง จึงมอบปืนให้จำเลยไป รุ่งขึ้นสิบตำรวจโทสำเนียงไปเอาปืนจากสิบตำรวจเอกเหม สิบตำรวจเอกเหมจึงบอกว่าจำเลยมาบอกว่าสิบตำรวจโทสำเนียงให้จำเลยมาเอาปืนจึงมอบปืนให้จำเลยไป สิบตำรวจโทสำเนียงบอกว่าไม่ได้ใช้ให้จำเลยมาเอาปืน เมื่อทราบเรื่องดังกล่าวสิบตำรวจโทสำเนียงก็ไปสอบถามจำเลย จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป คดีมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยจะเป็นผิดฐานใด ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ นั้น ถ้าการกระทำอยู่ในลักษณะที่เห็นได้ว่าผู้กระทำได้หลอกลวงจนได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่ ๓ หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่ ๓ ทำ ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิแล้ว ผู้กระทำก็มีความผิดฐานฉ้อโกง เรื่องนี้เห็นได้ชัดว่าจำเลยได้ปืนจากสิบตำรวจเอกเหมโดยเอาความเท็จไปบอกว่าสิบตำรวจโทสำเนียงเจ้าของปืนให้มาเอาปืนเพื่อจะไปธุระ สิบตำรวจเอกเหมเห็นว่าสิบตำรวจโทสำเนียงกับจำเลยเป็นเพื่อนกัน จึงหลงเชื่อตามคำหลอกลวงของจำเลยและมอบปืนให้จำเลยไป ดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงอยู่ในลักษณะที่เห็นได้ว่าจำเลยหลอกลวงให้สิบตำรวจเอกเหมหลงเชื่อจนได้ปืนไปจากสิบตำรวจเอกเหมผู้ถูกหลอกลวง ฉะนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น. พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 554/2509 พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี โจทก์ นายตุ่น เพ็ชร์สาริกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี · จำเลย - นายตุ่น เพ็ชร์สาริกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายสุทธิ บัวแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 1331/2479ฎีกา 915/2566ฎีกา 3650/2527ฎีกา 2303/2518ฎีกา 1567/2535ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 3081/2527ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1813/2531ฎีกา 490/2542ฎีกา 10552/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา