⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 588/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ เป็นองค์ความผิดที่สมบูรณ์ในตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงแหล่งที่มาหรือใบอนุญาตของผู้อื่น 2. ทรัพย์สินของโรงเรียนที่ใช้ในการเรียนการสอนทั่วไป ไม่ถือเป็นทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ตามกฎหมาย 3. การกระทำความผิดฐานเหยียดหยามประเทศชาติ ต้องมีเจตนาโดยตรงที่จะแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อประเทศชาติ

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืน ฯลฯ ไม่มีใบอนุญาตและเครื่องหมายของเจ้าพนักงานฯลฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ทางพิจารณาได้ความว่า เป็นปืนของบุคคลอื่น มีใบอนุญาตและเลขเครื่องหมายของเจ้าพนักงานโดยถูกต้อง ดังนี้ ข้อแตกต่างมิใช่ข้อสารสำคัญ และทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้เพราะองค์ความผิดนี้อยู่ที่ว่า จำเลยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่หรือไม่ ซึ่งจำเลยรับแล้วว่ามีโดยมิได้รับอนุญาตจริง ศาลจึงลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ ธงชาติไทยซึ่งทางโรงเรียนวัดหนองลุมพุกได้ชักไว้ที่เสาธงของโรงเรียน หาใช่เป็นทรัพย์ที่โรงเรียนใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ไม่ จำเลยใช้ปืนยิงธงนั้นเสียหาย จึงเป็นความผิดตามมาตรา 358 ไม่ผิดตามมาตรา 360 จำเลยเมาสุราใช้อาวุธปืนยิงธงชาติไทยเนื่องด้วยฤทธิ์สุรา มิได้เจตนาจะเหยียดหยามประเทศชาติ ไม่มีความผิดตามมาตรา 118.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.118 ประมวลกฎหมายอาญา ม.188 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.360 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจมีอาวุธปืน ยู.เอส.อามี่ ขนาด ๑๑ มม. ใช้ยิงได้ ๑ กระบอก ซึ่งเป็นอาวุธที่ไม่มีใบอนุญาตและเลขเครื่องหมายของเจ้าพนักงานและกระสุน ๑๑ นัด แมกกาซิน ๒ อัน อันเป็นเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และบังอาจใช้อาวุธปืนนั้นยิงธงชาติไทยอันมีความหมายถึงรัฐเพื่อเหยียดหยามประเทศไทย และเป็นการทำลาย ทำให้ธงชาติเสื่อมค่า ธงชาตินี้เป็นของโรงเรียนวัดหนองลุมพุก ครูโรงเรียนได้เชิญประดิษฐ์ขึ้นอยู่บนยอดเสาหน้าโรงเรียนเป็นประจำ อันเป็นทรัพย์ที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ กระสุนถูกผ้าธงชาติขาดเสียหาย ๒ แห่ง เป็นการทำให้เสียหายแก่ทรัพย์ที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ขอให้ลงโทษตามพ.ร.บ. อาวุธปืนฯ ๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๘, ๓๕๘, ๓๖๐ ริบของกลาง จำเลยให้การว่ามีอาวุธปืนของกลางโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง แต่ปืนมีทะเบียนเป็นของผู้มีชื่อ จำเลยนำทะเบียนมายื่นโจทก์ว่าเลขหมายปืนตรงทะเบียน ปืนของกลางจึงเป็นปืนมีทะเบียน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ลดรับสารภาพกึ่งหนึ่งปรับ ๑๐๐ บาท และตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๘, ๓๕๘, ๓๖๐ ลงบทหนักมาตรา ๓๖๐ จำคุก ๑ ปี ปรับ ๑,๐๐๐ บาท รอการลงโทษมีกำหนด ๓ ปี ปืนของกลางคืนเจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๘, ๓๕๘, ๓๖๐ นอกนั้นยืน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่าข้อหาฐานมีอาวุธปืนข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฎีกาจำเลยนั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนฯลฯ ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีใบอนุญาตและเครื่องหมายของเจ้าพนักงานและกระสุน ๑๑ นัด แมกกาซีน ๒ อัน อันเป็นเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่แต่ข้อเท็จจริงปรากฏทางพิจารณาว่า ปืนของกลางเป็นปืนของบุคคลอื่น เป็นปืนมีใบอนุญาตและเครื่องหมายของเจ้าพนักงานโดยถูกต้องจริง เห็นว่าข้อแตกต่างดังกล่าวมิใช่เป็นข้อสารสำคัญ และทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ประการใด เพราะองค์ความผิดนี้อยู่ที่ว่าจำเลยมีอาวุธปืนของกลางไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจริง ศาลจึงลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ ตามฎีกาโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงธงชาติไทยของโรงเรียนวัดหนองลุมพุก ทำให้ธงชาติไทยเสียหายจริง ธงชาติไทยที่จำเลยยิงนี้ได้ความว่าเป็นธงที่ทางโรงเรียนวัดหนองลุมพุกได้ชักไว้ที่เสาธงของโรงเรียนเท่านั้น หาใช่เป็นทรัพย์โรงเรียนวัดหนองลุมพุกใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์แต่อย่างใดไม่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๘ หามีความผิดตามมาตรา ๓๖๐ ไม่ และเชื่อว่าจำเลยเมาสุราใช้อาวุธปืนยิงธงชาติไทยเนื่องด้วยฤทธิ์สุรา มิได้เจตนาเหยียดหยามประเทศชาติ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๘ ปรับ ๓๐๐ บาท นอกนั้นยืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2509 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นายหลงหรือสามารถ เหิงขุนทดหรือดารากุล จำเลย พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 2490 มาตรา 7,72

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - นายหลงหรือสามารถ เหิงขุนทดหรือดารากุล · 7,72 - พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 2490 มาตรา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เกษคุปต์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายดำริ ศุภพิโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ เพชรชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1642-1643/2497ฎีกา 144/2485ฎีกา 182/2485ฎีกา 1603/2512ฎีกา 3854/2537ฎีกา 837/2503ฎีกา 394/2489ฎีกา 8867/2554ฎีกา 8350/2547ฎีกา 4110/2551ฎีกา 813/2484ฎีกา 243/2491ฎีกา 217/2496ฎีกา 1683/2500ฎีกา 791/2491ฎีกา 189/2482ฎีกา 624/2492ฎีกา 593/2473ฎีกา 1763/2505ฎีกา 290/2535ฎีกา 1919/2518ฎีกา 2181/2531ฎีกา 17836/2556ฎีกา 32/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา