⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 671/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 671/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับระยะเวลาอุทธรณ์หรือฎีกาให้เริ่มนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นได้ทราบคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2508 แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เซ็นทราบการฟังคำพิพากษาในวันนั้นด้วย จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2508 ความจึงปรากฏว่าจำเลยได้ลงชื่อในการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่ฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้เรียกโจทก์มาทราบคำพิพากษา และได้มีบันทึกว่า โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 28 ธันวาคม 2508 ดังนี้ จึงต้องนับอายุฎีกาตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2508 อันเป็นวันที่โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นฎีกาวันที่ 7 มกราคม 2509 ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เช่นนี้ ฎีกาของโจทก์ย่อมไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 216.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจร่วมกันเป็นคนร้ายลักโค ๒ ตัว ราคา ๒,๗๐๐ บาทของนายเงิน พิมพ์ใหม่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕, ๓๕๗ และ ๘๓ กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยลักโครายนี้จริง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕, ๘๓ ให้จำคุกคนละ ๓ ปี กับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๒,๗๐๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สงสัยพยานโจทก์ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยคัดค้านว่าศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ โจทก์ฎีกาเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๐๙ ขาดอายุฎีกาแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อคัดค้านของจำเลยปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เซ็นทราบการฟังคำพิพากษาในวันนั้นด้วย จนถึงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๐๘ ความจึงปรากฏขึ้นว่าจำเลยได้ลงชื่อในการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่ฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้เรียกโจทก์มาทราบคำพิพากษา และได้มีบันทึกว่า โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๐๘ ดังนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๖ บัญญัติว่า คู่ความมีอำนาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายฎีกาฟัง คดีนี้โจทก์เป็นฝ่ายฎีกา จะเริ่มนับอายุฎีกาแต่วันที่จำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังจำเลยคัดค้านไม่ได้ ต้องนับตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๐๘ อันเป็นวันที่โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นฎีกาในวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๐๙ ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เช่นนี้ ฎีกาโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ ข้อเท็จจริงศาลฎีกาฟังได้เช่นเดียวกันกับศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 671/2509 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายเปล่ง ศีรษะครบุรี ที่ 1 นายแป้น กิจสำโรง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายเปล่ง ศีรษะครบุรี ที่ 1 นายแป้น กิจสำโรง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · โพยม เลขยานนท์ · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายเมธี กำเพ็ชร · ศาลอุทธรณ์ - นายเช้า เฉลิมช่วง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2936/2543ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1386/2521ฎีกา 2724/2519ฎีกา 9368/2552ฎีกา 1211/2481ฎีกา 786/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา