คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 685/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลายพิมพ์นิ้วมือที่ปรากฏในเอกสาร ถือเป็นลายพิมพ์นิ้วมือของบุคคลนั้น หากบุคคลนั้นได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในเอกสาร หรือได้ให้พยานลงชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าตนเอง และได้แสดงการรับทราบหรือยินยอมโดยปริยาย.
ย่อคำพิพากษา
เมื่อพยานในสัญญากู้คนหนึ่งอ่านสัญญาที่โจทก์และจำเลยนำมาให้อ่านแล้ว เห็นว่าตรงลายพิมพ์นิ้วมือยังไม่ได้เขียนระบุว่าเป็นลายพิมพ์นิ้วมือจำเลย พยานคนนั้นจึงให้ผู้เขียนสัญญาเขียนข้อความดังกล่าวกำกับไว้ที่ลายพิมพ์นิ้วมือจำเลยต่อหน้าจำเลย พฤติการณ์ดังนี้ถือได้ว่าจำเลยได้รับรองแล้วว่าลายพิมพ์นิ้วมือในสัญญานั้นคือลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลย นอกจากนี้เมื่อพยานในสัญญากู้ทั้งสองคนอ่านสัญญาแล้วได้สอบถามโจทก์จำเลยว่าได้อ่านสัญญากันดีแล้วหรือ โจทก์และจำเลยต่างรับรองว่าเข้าใจเรียบร้อยแล้ว พยานทั้งสองคนจึงลงชื่อเป็นพยาน พฤติการณ์เช่นนี้พอถือได้เช่นเดียวกันว่าจำเลยได้รับรองต่อพยานทั้งสองว่าลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือสัญญากู้เป็นลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินที่จำเลยกู้ไปจากโจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่าไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีฟังไม่ได้ว่าพยานในสัญญากู้ได้รับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลย เมื่อสัญญากู้ไม่มีการลงลายมือชื่อผู้กู้ โจทก์ฟ้องบังคับคดีไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยได้กู้เงินของโจทก์ไปจริง จำเลยจึงได้ทำสัญญากู้ให้โจทก์ยึดถือดังปรากฏตามสำเนาสัญญากู้ยืมที่โจทก์อ้าง
คดีมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่า ลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยในสัญญากู้ยืมที่โจทก์นำมาฟ้องมีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยในสัญญากู้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ศาลฎีกากล่าวว่า คดีได้ความจากนายบรรจงพยานโจทก์ว่า เมื่อนายบรรจงอ่านสัญญาที่โจทก์และจำเลยนำมาให้อ่านแล้วเห็นว่า ตรงลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้ยังไม่ได้เขียนระบุว่าเป็นลายพิมพ์นิ้วมือจำเลย นายบรรจงจึงให้นายสมบุญเขียนข้อความดังกล่าวกำกับไว้ที่ลายพิมพ์นิ้วมือจำเลยต่อหน้าจำเลย พฤติการณ์ดังนี้ถือได้ว่าจำเลยได้รับรองแล้วว่าลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้ในสัญญานั้นคือลายพิมพ์นิ้วมือจำเลย อีกประการหนึ่งนายสมบุญเบิกความรับรองว่าเมื่อนายนองและนายบรรจงอ่านสัญญาแล้ว ได้สอบถามโจทก์จำเลยว่าได้อ่านสัญญากันดีแล้วหรือ โจทก์จำเลยต่างรับรองว่าเข้าใจเรียบร้อยแล้ว นายนองและนายบรรจงจึงลงชื่อเป็นพยาน พฤติการณ์เช่นนี้พอถือได้เช่นเดียวกันว่าจำเลยได้รับรองต่อนายนองและนายบรรจงแล้วว่า ลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือสัญญากู้เป็นลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ศาลชั้นต้นยกขึ้นอ้าง (ฎีกาที่ ๖๗๘/๒๔๗๗, ๕๕๕/๒๔๗๙) รูปเรื่องไม่ตรงกับเรื่องนี้
พิพากษากลับ เป็นให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 685/2509
นายเส็ง กลีบบัว โจทก์
นางชุบ พ่วงเงิน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเส็ง กลีบบัว · จำเลย - นางชุบ พ่วงเงิน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเพี้ยง บุญรักษา · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา