คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2509
ย่อคำพิพากษา
ปัญหาที่ว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตกระทำผิดหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง.
(อ้างฎีกาที่ 457/2489)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน ได้เบียดบังเอาเงินค่าธรรมเนียมการขอให้มีอาวุธปืนเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗,๓๕๒ และ ๘๓
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา ๑๔๗ ให้จำคุกคนละ ๕ ปี ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๓ ปี ๔ เดือน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๑ คงพิพากษายืน
โจทก์และจำเลยที่ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เฉพาะจำเลยที่ ๑ ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และปัญหาที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าไม่มีเจตนาทุจริต นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง (อ้างฎีกาที่ ๔๕๗/๒๔๘๙)
สำหรับจำเลยที่ ๒ ศาลฎีกาฟังว่าได้กระทำผิดด้วย จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๒ มีผิดตามมาตรา ๑๔๗ และให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2509
อัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์
นายปราโมทย์ เวชชานุเคราะห์ ที่ 1 นายครินทร์ อรุณ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายปราโมทย์ เวชชานุเคราะห์ ที่ 1 นายครินทร์ อรุณ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไฉน บุญยก · จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเกียรติ ผลสวัสดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา