⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 75/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) จะอนุญาตได้ต่อเมื่อผู้ร้องมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีเท่านั้น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากตึกพิพาทอ้างว่าอยู่โดยละเมิด จำเลยต่อสู้ว่าอยู่ในตึกพิพาทโดยเช่าจากผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผู้ร้องได้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความร่วมกับจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) อ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าตึกพิพาทกับผู้ร้องแล้ว ผู้ร้องจึงมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี ดังนี้ การที่โจทก์จะมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยเพียงใด เป็นเรื่องระหว่างโจทก์จำเลย แม้จำเลยจะไปทำสัญญาเช่าตึกพิพาทกับผู้ร้องในภายหลัง ผลแห่งคดีก็ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ร้องอย่างใด จึงไม่ถือว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี และการที่บุคคลภายนอกจะเข้ามาเป็นคู่ความด้วยการร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(2) นั้น ก็อยู่ในอำนาจศาลที่จะพิจารณาว่าคดีมีเหตุผลสมควรที่จะอนุญาตหรือไม่ด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการปกครองศาลเจ้า จำเลยได้เข้าอยู่ในตึกพิพาทซึ่งเป็นของศาลเจ้าโดยละเมิด ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ตึกพิพาทปลูกอยู่ในที่ดินของเอกชน จำเลยอยู่ในตึกพิพาทโดยเช่าจากผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผู้ร้องทั้งห้าร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความร่วมกับจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๒) อ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าตึกพิพาทกับผู้ร้องแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี ศาลชั้นต้นสั่งว่ากรณีไม่เข้าลักษณะที่จะร้องสอดได้ตามขอ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งห้าฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าจำเลยอยู่โดยละเมิด ฉะนั้น โจทก์จะมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยเพียงใดเป็นเรื่องระหว่างโจทก์จำเลย แม้จำเลยจะไปทำสัญญาเช่าตึกพิพาทกับผู้ร้องในภายหลัง ผลแห่งคดีก็ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ร้องอย่างใด จึงไม่ถือว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี และการที่บุคคลภายนอกจะเข้ามาเป็นคู่ความด้วยการร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๗(๒) นั้น อยู่ในอำนาจศาลที่จะพิจารณาว่าคดีมีเหตุผลสมควรที่จะอนุญาตหรือไม่ เฉพาะคดีนี้มีเหตุหลายประการที่แสดงว่าไม่สมควรอนุญาตตามขอ จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 75/2509 นายเจียวย้ง แซ่เตีย โจทก์ นางอรลา ธัญญะกิจ จำเลย นางเพ็ญพรรณ นันทาพิวัฒน์ กับพวก ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจียวย้ง แซ่เตีย · จำเลย - นางอรลา ธัญญะกิจ · ผู้ร้อง - นางเพ็ญพรรณ นันทาพิวัฒน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเฉลิม กรพุกกะณะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 988/2485ฎีกา 4976/2536ฎีกา 609/2526ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 602/2488ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 247/2529ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา