⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 771/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ชายพาหญิงไปในทางชู้สาว ไม่เป็นการสมรสตามกฎหมาย และชายหญิงนั้นสามารถกลับมาทำการสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ เงินสินสอดที่บิดามอบให้แก่บิดาของหญิง เมื่อไม่มีการสมรสเกิดขึ้น โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกคืนได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ในตอนแรกชายจะฉุดคร่าหญิงไปก็ตาม ภายหลังชายหญิงนั้นก็ตกลงจะทำการสมรสกันได้ การที่ชายได้พาหญิงไปในทางชู้สาวยังไม่เป็นการสมรสตามกฎหมาย ชายหญิงนั้นย้อนกลับมาทำการสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ และชายยอมให้สินสอดแก่บิดาหญิงได้ เงินสินสอดที่บิดาโจทก์มอบให้แก่จำเลยที่ 1 บิดาของหญิงนั้น เมื่อไม่มีการสมรส โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกคืนได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1436 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1449

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบิดาผู้ปกครองจำเลยที่ ๒ โจทก์กับจำเลยที่ ๒ ลักพากันไปในทางชู้สาว ต่อมาโจทก์ได้จัดเฒ่าแก่ไปพูดกับจำเลยที่ ๑ เพื่อสู่ขอจำเลยที่ ๒ ทำการสมรสกับโจทก์ จำเลยที่ ๑ เรียกค่าสินสอด ๔,๐๔๐ บาท โจทก์ได้มอบเงิน ๔,๐๔๐ บาทให้จำเลยที่ ๑ โดยหวังว่าจะได้ทำการสมรสกับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่๑ ได้เพทุบายให้จำเลยที่ ๒ หลบหนีไป ไม่ยอมรสมรสกับโจทก์ตามสัญญา โจทก์ขอสินสอดคืน จำเลยที่ ๑ ไม่ยอมให้ จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่า ความจริงโจทก์กับพวกได้ใช้อาวุธปืนจี้ฉุดจำเลยที่ ๒ ไป ต่อมาโจทก์ยอมให้ค่าล้างอายจำเลยที่ ๒ เป็นเงิน ๔,๐๔๐ บาท จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ตกลงยินยอมให้จำเลยที่ ๒ ทำการสมรสกับโจทก์ ไม่ได้รับเงินและเรียกสินสอด มิได้ให้จำเลยที่ ๒ หลบหนี ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียวคืนเงิน ๔,๐๔๐ บาทให้โจทก์ ส่วนจำเลยที่ ๒ คงให้ยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยที่ ๑ รับเงิน ๔,๐๔๐ บาทของโจทก์ไว้เป็นค่าสินสอด ประเด็นที่ว่าโจทก์ได้ฉุดคร่าจำเลยที่ ๒ ไปจริงหรือไม่ และโจทก์ได้พาจำเลยที่ ๒ ไปจริงหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย เพราะแม้คดีจะฟังได้ว่าโจทก์ฉุดคร่าไปจริง ภายหลังการฉุดคร่า โจทก์กับจำเลยที่ ๒ ก็ตกลงจะทำการสมรสกันได้ การฉุดคร่ากับการตกลงจะทำการสมรสเป็นเรื่องที่แยกกันได้ ส่วนข้อที่ว่าโจทก์ได้พาจำเลยที่ ๒ ไปในทางชู้สาวจริงหรือไม่ หากคดีจะฟังได้ว่าโจทก์ได้พาไปในทางชู้สาวจริง โจทก์กับจำเลยก็ยังไม่ได้ทำการสมรสกันให้ถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์กับจำเลยที่ ๒ ก็ย้อนกลับมาทำการสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ และยอมให้สินสอดแก่จำเลยที่ ๑ ได้ ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ที่ว่า เงินนี้ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าเงินนี้เป็นเงินของฝ่ายโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องได้. พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2509 นายสละ อินทรเทศ โจทก์ นายเทียน ทรัพย์แก้ว ที่ 1 นางสาวมะลิ ทรัพย์แก้ว ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสละ อินทรเทศ · จำเลย - นายเทียน ทรัพย์แก้ว ที่ 1 นางสาวมะลิ ทรัพย์แก้ว ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุศย์ ขันธวิทย์ · พจน์ ปุษปาคม · เกษม ทิพยจันทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายยนต์ สวนพุฒ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุณยเกียรติ อรชนะกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 372/2510ฎีกา 1251/2500ฎีกา 878/2518ฎีกา 421-422/2508ฎีกา 70/2518ฎีกา 293-294/2494ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 4302/2528ฎีกา 1375/2508ฎีกา 83/2512ฎีกา 269/2488ฎีกา 1693/2500ฎีกา 57/2487ฎีกา 676/2487ฎีกา 1832/2527ฎีกา 308/2479ฎีกา 994/2499ฎีกา 384/2494ฎีกา 2330/2524ฎีกา 936/2487ฎีกา 370/2498ฎีกา 642/2489ฎีกา 761/2495ฎีกา 1173/2496
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา